Categories
Knowledge

3 รูปแบบบ้าน 3 รูปแบบความแตกต่าง ที่ “BaanThaiHome”

3 รูปแบบบ้าน 3 รูปแบบความแตกต่าง ที่ “BaanThaiHome” เลือกบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ความเป็นคุณ

เพราะคำว่า “บ้าน” ไม่ได้หมายถึง สิ่งปลูกสร้าง หรือที่อยู่อาศัย เท่านั้น หาก “บ้าน” ยังหมายถึง ศูนย์รวมของครอบครัว หรือหลากหลายชีวิตที่มาอาศัยร่วมกัน ซึ่งบ้านยังมีอิทธิพลต่อชีวิตความความเป็นอยู่ ทั้งในแง่ของสุขภาพกายและใจของผู้พำนักพักอาศัยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

การเลือกบ้านสักหลัง นอกจากจะต้องตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของสมาชิกทุกคนในบ้านได้อย่างลงตัวแล้ว บ้านที่ดียังต้องทำหน้าที่จัดการสิ่งแวดล้อมภายในและนอกบ้านได้อย่างเหมาะสม ทั้งในแง่ของการมีพื้นที่พักผ่อนนอนหลับ การทำกิจกรรม การระบายอากาศ การให้แสงสว่าง หรือแม้แต่ป้องกันผู้อยู่อาศัยจากมลพิษด้านต่างๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลายรอบพื้นที่บ้าน รวมถึงปกป้องสมาชิกในบ้านจากโรคภัย ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมสำคัญต่างๆ อาทิ การกำจัดสิ่งขับถ่ายของเสียอย่างถูกสุขลักษณะ เป็นต้น

ทว่า รูปแบบของบ้านนั้น ไม่ได้มีข้อจำกัดตายตัว เพราะบ้านยังสามารถจำแนกออกไปได้ตามรูปแบบการปลูกสร้าง ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต หรือการใช้สอยของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งบ้านแต่ละประเภทนั้นก็มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันออกไป ดังเช่น บ้านของ “BaanThaiHome” ที่มี 3 ความต่างของรูปแบบบ้านไว้ให้ลูกค้าได้เลือกสรรตามความต้องการที่หลากหลาย และการใช้สอยที่อาจแตกต่าง ซึ่งจะมีรูปแบบใดบ้างนั้น เรายกมาบอกเล่าเอาไว้ตรงนี้แล้ว

โมบายโฮม (Mobile Home)

โมบายโฮม หรือที่นิยมเรียกว่า บ้านสำเร็จรูป (Finished Home) ได้รับความสนใจและยอมรับในวงกว้าง ด้วยเพราะเป็นบ้านที่มีราคาจับต้องได้ ซึ่งสำหรับที่ “BaanThaiHome” แล้ว เพียงในราคาเริ่มต้นที่ 199,000 บาท ลูกค้าก็สามารถเป็นเจ้าของบ้านขนาดกะทัดรัด ตอบสนองการใช้สอย แถมยังก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว

จุดเด่นประการสำคัญของ โมบายโฮม ของ “BaanThaiHome” คือ เป็นบ้านที่สร้างเสร็จจากโรงงาน ประมาณ 7-15 วัน มีขนาดไม่เกิน 4×6 เมตร ทำให้พร้อมขนย้ายได้ทั้งหลังด้วยรถ 10 ล้อ เพื่อนำไปติดตั้งในพื้นที่ของลูกค้า โดยใช้เวลาขนย้ายพร้อมติดตั้งรวมแล้ว ประมาณ 1-2 วัน และยังเป็นบ้านที่สามารถเจาะผนัง ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ตลอดจนการตกแต่งอื่นๆ ได้ และเพราะมีโครงสร้างของบ้านที่แข็งแรง คือเป็นเหล็กรูปพรรณ และเหล็กเคลือบสีกันสนิม จึงสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขบางส่วนหลังจากสร้างเสร็จแล้วได้ ส่วนงานวัสดุผนังภายนอกและภายใน ยังเน้นคุณภาพด้วยการใช้ไม้เฌอร่า และไฟเบอร์ซีเมนต์ ตามลำดับ ส่วนฝ้าของโมบายโฮมเป็นฝ้าทีบาร์ (หรือฝ้าลักษณะที่ถอดประกอบเป็นแผ่น) ขณะที่ภายในห้องน้ำ ปูกระเบื้องสูง 30 เซนติเมตร นอกจากนั้นขึ้นไปจดเพดาน จะเป็นสมาร์ทบอร์ดแผ่นเรียบ เนื่องจากเป็นข้อจำกัดในการขนย้าย สำหรับสุขภัณฑ์ จบครบตั้งแต่โถสุขภัณฑ์ สายชำระ และฝักบัวอาบน้ำ

ทั้งนี้ หากถามว่า บ้านสำเร็จรูปต่างจากบ้านน็อคดาวน์ทั่วไปอย่างไร คำตอบง่ายๆ คือ การสร้างบ้านน็อคดาวน์นั้น บริษัทบ้านน็อคดาวน์จะเตรียมขนย้ายวัสดุต่างๆ เป็นชิ้นส่วน แล้วนำไปประกอบตัวบ้านหน้างาน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ยังพบว่า การตอกตะปูเพื่อตกแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวบ้าน รวมถึงการแก้ไขงานบางส่วนหลังการสร้างเสร็จแล้ว ปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ได้ยาก

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของโมบายโฮมอาจจะเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง เพราะถนนและสายไฟของพื้นที่ลูกค้านั้น จำเป็นต้องกว้างและสูงมากกว่า 5-20 เมตร ทั้งยังต้องมีขนาดพื้นที่ให้รถ 10 ล้อเข้าและกลับรถได้สะดวก ทั้งนี้ บริเวณข้างทาง ยังต้องไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ เพราะอาจจะทำให้บ้านเกิดความเสียหายก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ โดยปกติแล้ว บ้านรูปแบบโมบายโฮม บริษัทจะคิดราคาลูกค้าเฉพาะค่าตัวบ้าน นั่นหมายความว่า ลูกค้ายังต้องชำระค่าดำเนินการขนส่ง ค่าลงเสาเข็ม ค่าบ่อเกรอะ-บ่อซึม และค่าเขียนแบบขออนุญาตก่อสร้างด้วย

หลายคนมักตั้งข้อสงสัยว่า โมบายโฮม หรือบ้านสำเร็จรูปนี้ จะมีอายุการใช้งานยาวนานเท่าไร ซึ่งสำหรับ มาตรฐานและคุณภาพของ “BaanThaiHome” แล้ว บ้านประเภทนี้มีอายุการใช้งานนานถึง 30 ปีขึ้นไป โดยบริษัทยังรับประกันงานโครงสร้างตลอดอายุการใช้งาน 3 ปี และงานรั่วซึม 1 ปีเต็มอีกด้วย

 

BTH-Smart Home

 

สมาร์ทโฮม (Smart Home)

สมาร์ทโฮม เป็นอีกบริการหนึ่งของ “BaanThaiHome” ที่ลูกค้าจำนวนมากให้ความสนใจ เพราะลักษณะสำคัญของสมาร์ทโฮม คือ มีขนาดใหญ่กว่าโมบายโฮม ตอบโจทย์การใช้สอยเพิ่มขึ้น และบริษัทมีรูปแบบบ้านให้ลูกค้าเลือกอย่างหลากหลาย ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังสามารถปรับเปลี่ยนวัสดุหรือรูปแบบเพิ่มเติมได้มากขึ้น ที่สำคัญคือ ราคาไม่สูงเกินเอื้อม คือ เริ่มต้นที่ 300,000 บาท ก็สามารถมีบ้านพักอาศัยคุณภาพและได้มาตรฐาน

สำหรับเรื่องวัสดุนั้น สมาร์ทโฮมมีความใกล้เคียงกับโมบายโฮม อาทิ งานวัสดุผนังภายนอกและภายใน ที่ใช้ไม้เฌอร่า และไฟเบอร์ซีเมนต์ ทว่าก็มีความแตกต่าง เช่น งานฝ้าของสมาร์ทโฮมเป็นยิปซั่มบอร์ดแผ่นเรียบ สามารถรองรับการดีไซน์ต่างๆ ได้ดี ขณะที่ภายในห้องน้ำ ปูกระเบื้องสูง 150 เซนติเมตร จากนั้นขึ้นไปจดเพดาน จะเป็นสมาร์ทบอร์ดแผ่นเรียบ ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ นอกจากโถสุขภัณฑ์ สายชำระ และฝักบัวอาบน้ำแล้ว ยังมีอ่างล้างหน้าแบบมีขาตั้งให้ด้วย

ในส่วนของการสร้างหน้างานนั้น สมาร์ทโฮมก็เช่นเดียวกับโมบายโฮม ตรงพื้นที่หน้างานของลูกค้านั้นต้องมีขนาดเพียงพอให้รถ 6-10 ล้อเข้าและกลับรถได้สะดวก สำหรับระยะเวลา ปกติแล้ว อยู่ที่ประมาณ 15-20 วัน ในกรณีที่ไม่ติดปัญหาทางสภาพอากาศ

ด้านค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สมาร์ทโฮม ของ “BaanThaiHome” จะคิดราคาลูกค้าเฉพาะตัวบ้าน รวมบ่อเกรอะ ส่วนค่าดำเนินการสร้างหน้างานในแต่ละพื้นที่ ค่าลงเสาเข็ม ค่าเขียนแบบขออนุญาตก่อสร้าง ลูกค้าจะต้องชำระเพิ่มเติม

ด้วยมาตรฐานและคุณภาพของ “BaanThaiHome” แล้ว บ้านสมาร์ทโฮมมีอายุการใช้งานนานถึง 30 ปีขึ้นไป โดยบริษัทรับประกันงานโครงสร้างตลอดอายุการใช้งาน 1 ปี และงานรั่วซึม 1 ปี

 

BTH Amber

 

บ้านปูน (Concrete Home)

สำหรับลูกค้าที่ต้องการบ้านที่มีความแข็งแรง มั่นคงถาวร ใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกระดับ “BaanThaiHome” ขอนำเสนอบ้านในรูปแบบ บ้านปูน ที่มีดีไซน์ให้เลือกอย่างหลากหลายตามความชอบและการใช้งาน ดังที่กล่าวข้างต้นว่า ข้อดีของบ้านปูนต้องยกให้เรื่องของอายุการใช้งาน คือยาวนานถึง 50 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนต่อเติมได้ตามความต้องการได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ราคาเริ่มต้นของบ้านปูน ที่ “BaanThaiHome” อยู่ที่ 1,790,000 บาท หากก็สามารถตอบโจทย์และลงตัวกับการใช้สอยในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

บ้านปูน ของ “BaanThaiHome” นั้น เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ต้องไปสร้างหน้างาน เพราะเป็นงานเทปูนหล่อในพื้นที่ ส่วนโครงสร้างและวัสดุ เป็นอิฐมวลเบา และที่น่าสนใจคือ ใช้เวลาการสร้างเริ่มต้นที่ 90-120 วัน

ส่วนเรื่องการเจาะผนังเพื่อติดตั้งเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ รวมไปถึงการตกแต่งอื่นๆ นั้น เรียกได้ว่า ปลอดภัย ไร้ข้อกังวล ลูกค้าจึงหมดห่วงในเรื่องนี้ไปได้

สำหรับการรับประกันบ้านปูน ของ “BaanThaiHome” นั้น บริษัทรับประกันงานโครงสร้างตลอดอายุการใช้งานนานถึง 10 ปี และงานรั่วซึมอีก 1 ปี

 

ไม่ว่าจะเป็นโมบายโฮม สมาร์ทโฮม หรือบ้านปูน ต่างก็มีข้อดี และข้อจำกัด ที่แตกต่างกันไป หากท้ายที่สุดแล้ว ต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานและความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังเล็ก หรือบ้านหลังใหญ่ สิ่งที่ต้องประเมินและพิจารณาอย่างรอบคอบ ก็คือ คุณภาพ และมาตรฐานของบ้าน ที่สมาชิกในครอบครัวจะได้ใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกันนั่นเอง

Categories
Knowledge

ผู้รับเหมาก่อสร้าง…ใครว่าหายาก เคาะ ‘5 ความแตกต่าง’ ระหว่าง ‘ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ต้องเลี่ยง VS ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ต้องเลือก’

ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ต้องเลี่ยง VS ที่ต้องเลือก

สำหรับบางคน ‘บ้านสักหลัง’ ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งปลูกสร้าง หากยังหมายรวมถึง ‘ครอบครัว ความรัก ความอบอุ่น’ และผู้คนยังหวังให้ ‘บ้าน’ เป็นที่พักพิงจวบจนบั้นปลายของชีวิต และสามารถส่งมอบเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น ดังนั้น เมื่อผู้เป็นเจ้าของบ้านริเริ่มจะก่อร่างสร้างบ้าน ย่อมคาดหวังและปรารถนาว่า การปลูกสร้างบ้านนั้นจะราบรื่นตั้งแต่กระบวนการแรกเริ่มจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ทว่าการหาช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง มักกลายเป็นความหนักใจให้เจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อย เนื่องจากไม่รู้ว่าจะคัดสรรช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างไร บ้างจึงประสบปัญหาระหว่างทางที่กำลังก่อสร้างบ้าน แต่สำหรับเจ้าของบ้านอีกจำนวนไม่น้อย สามารถใช้คำว่า ‘โชคดี’ เพราะสร้างบ้านได้อย่างลุล่วง ไม่ต้องเครียดหรือปวดหัวกับเรื่องกวนใจต่าง ๆ เพียงเพราะเรื่องการเลือกช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างนั่นเอง

ในที่นี้ เราขอแบ่งช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างเป็น  2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ‘ช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างในนามบุคคล’ และ ‘ผู้รับเหมาก่อสร้างรูปแบบบริษัท’ ถามว่าปัจจัยใดที่ควรนำมาพิจารณาและเลือกช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง เราได้รวบรวมประเด็นสำคัญต่าง ๆ มาไว้ให้คุณประกอบการตัดสินใจ ไล่เลียงกันไปแต่ละหัวข้อความแตกต่าง ระหว่าง ‘ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ต้องเลี่ยง กับ ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ต้องเลือก’ … มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

  1. ขั้นตอนการดำเนินการปลูกสร้างบ้าน

การปลูกสร้างบ้านมีรายละเอียดหลายอย่าง อาทิ การออกแบบตัวบ้านและงานระบบ หรือการเลือกแบบบ้าน การเลือกวัสดุอุปกรณ์ การทำสัญญา การควบคุมงานก่อสร้าง ความเชี่ยวชาญในการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์และงานระบบ เรื่อยไปจนถึงงานหลังการปลูกสร้างบ้าน เช่น งานตกแต่งภายใน งานจัดทำโรงจอดรถ งานตกแต่งพื้นที่รอบนอกตัวบ้าน งานออกแบบและตกแต่งสวน รวมทั้งการติดต่อกับหน่วยงานราชการและสถานบันการเงิน เป็นต้น

จากรายละเอียดข้างต้น ในกรณีว่าการจ้างช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างในนามบุคคล โดยเฉพาะช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ ที่ส่วนใหญ่มักทำงานรับเหมาต่อเติม หรืออาจเป็นช่างที่มีประสบการณ์ในการก่อสร้าง แล้วไต่เต้าขึ้นมาเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของบ้านต้องคิดให้ถี่ถ้วน เพราะเจ้าของบ้านควรมี ‘ความรู้’ เรื่องงานก่อสร้าง ทั้งยังต้องมี ‘ความสามารถและเวลา’ ใน ‘การคุมงาน’ ก่อสร้างด้วยตนเอง

ขณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างรูปแบบบริษัท มักให้บริการรับสร้างบ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่มีแบบบ้านมาตรฐานให้เลือก หรือรับออกแบบบ้านใหม่ตามที่เจ้าของบ้านต้องการ มีทีมงานที่ครบครัน ตั้งแต่วิศวกร สถาปนิก โฟร์แมน และทีมช่างก่อสร้างที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีการเสนอราคาเป็นขั้นเป็นตอน แสดงรายละเอียดการใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างชัดเจน ทำสัญญาเป็นลักษณ์อักษร มีงวดงานชัดเจน ตลอดจนถึงบริการติดต่อหน่วยงานราชการและประสานงานเรื่องสินเชื่อด้วย

  1. การควบคุมงบประมาณ

จากขั้นตอนการดำเนินการปลูกสร้างบ้านที่แตกต่างกันแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า การว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ หรือในนามบุคคล น่าจะประหยัดกว่าการว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างรูปแบบบริษัท แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเจ้าของบ้านที่มีความรู้เรื่องการก่อสร้าง ‘เพียงแค่ผิวเผิน’ เพราะการก่อสร้างบ้านเป็นช่องทางให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง ‘ที่ไม่ดี’ เอาเปรียบเจ้าของบ้านจากความรู้ไม่เท่าทัน เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งมั่นใจว่าผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ หรือในนามบุคคล จะมีราคาที่ประหยัดเสมอไป หลายครั้ง เจ้าของบ้านมักเลือกว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างรายที่ถูกที่สุดไว้ก่อน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ คือ ผู้รับเหมาก่อสร้างมักประสบภาวะขาดทุน (เพราะตีราคาการก่อสร้างเอาไว้ต่ำเกินไป เพื่อให้ได้งาน) บางรายอาจบริหารจัดการเงินไม่ดี เจ้าของบ้านจึงต้องเสียเงินเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ เพื่อให้งานเสร็จตามต้องการ จึงนำมาซึ่ง ‘เรื่องงบประมาณบานปลาย’

นอกจากนี้ การไม่ได้มีการกำหนดรายละเอียดของการใช้วัสดุอุปกรณ์ตั้งแต่ต้น โดยเจ้าของบ้านจะเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์ระหว่างการก่อสร้างไปเรื่อย ๆ กรณีนี้ หากเกิด ‘สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง’ ราคาสินค้าก็จะขึ้น ๆ ลง ๆ

ในทางตรงข้าม การรับบริการจากผู้รับเหมาก่อสร้างรูปแบบบริษัท ที่มองดูเหมือนว่าจะราคาสูงกว่าเมื่อแรกเริ่ม แต่การเสนอราคาและกำหนดรายละเอียดของการใช้วัสดุอย่างชัดเจนตั้งแต่เซ็นสัญญา ถือเป็นการควบคุมงบประมาณในระดับหนึ่ง ส่วนกรณีความผันผวนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเจ้าของบ้านได้เซ็นสัญญาและเลือกวัสดุอุปกรณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว บริษัทจึงมีหน้าที่ปลูกสร้างบ้านตามที่ตกลงกันไว้ให้แล้วเสร็จอย่างถูกต้องสมบูรณ์

ระบบการก่อสร้าง

  1. มาตรฐานในการก่อสร้าง

ในการสร้างบ้าน เจ้าของบ้านย่อมคาดหวัง ‘เรื่องคุณภาพการก่อสร้าง’ การก่อสร้างบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่แค่ช่องทางการซิกแซ็กของผู้รับเหมาก่อสร้างในการเอารัดเอาเปรียบเท่านั้น หากยังนำมาซึ่ง ‘ความเสียหาย’ ที่อาจตามมาภายหลัง ดังนั้น หากเจ้าของบ้านตัดสินใจเลือกใช้ช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ หรือในนามบุคคล เจ้าของบ้านต้อง ‘ใส่ใจเป็นพิเศษ’ ศึกษาหาข้อมูลความรู้และตรวจสอบการก่อสร้างบ้านแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการถมดิน การตอกเสาเข็ม การทำโครงสร้างทั้งงานฐานราก โครงสร้าง งานเหล็ก งานระบบ งานสี ฯลฯ

สำหรับการว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างรูปแบบบริษัท ดังที่กล่าวไว้ว่ามักมีทีมงานที่ครบครัน เจ้าของบ้านจึงมักเบาใจขึ้นได้ ทั้งนี้ ‘ไม่ใช่’ ว่าเจ้าของบ้านควร ‘ปล่อยปละละเลย’ แต่ควรมีการสื่อสาร สอบถามรายละเอียดกับโฟร์แมนกันเป็นระยะ เพื่อทั้งตรวจสอบ ทำความเข้าใจ และอัปเดตความคืบหน้าของงานอย่างสม่ำเสมอ

  1. ความน่าเชื่อถือ

‘ความน่าเชื่อถือ’ อาทิ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และมาตรฐานในงานก่อสร้าง ตรวจสอบหลักแหล่งที่แน่นอนได้ สถานะทางการเงิน จำนวนงานที่ผู้รับในช่วงเวลานั้น จำนวนคนงานที่มี การจัดการกับปัญหาที่ไม่คาดคิดระหว่างก่อสร้าง การสังกัดสามาคมที่มีมาตรฐานรับรอง ฯลฯ เหล่านี้ เป็นรายละเอียดสำคัญที่ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง ‘ที่ขาดความรับผิดชอบ’ จำนวนไม่น้อย จบลงที่ ‘การทิ้งงาน’ มาแล้ว

ทว่าการว่าจ้างช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ หรือในนามบุคคล ไม่ใช่เรื่องต้องหนักใจ เพียงแต่เจ้าของบ้านต้อง ‘มั่นใจ’ ในตัวผู้รับเหมาก่อสร้างรายนั้น ๆ เช่น ตรวจสอบประวัติที่แท้จริงได้ มีผลงานจริง ๆ ให้ตรวจสอบ มีคนรับรองที่ไว้ใจได้ ทำสัญญาว่าจ้างที่รัดกุม เป็นต้น

ส่วนผู้รับเหมาก่อสร้างรูปแบบบริษัท นอกจากจะมีสถานประกอบการที่แน่นอน มีผลงานที่ตรวจสอบได้แล้ว บรรดาบริษัทที่ได้มาตรฐานยังสังกัด ‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ ซึ่งการันตีการสร้างบ้านของบริษัทต่าง ๆ ไว้กว่า 10,000 หลัง ที่สำคัญ บริษัทในสมาคมจะมีการบริหารและบริการเป็นระบบ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญและทีมงานมืออาชีพ กล่าวได้ว่า สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านช่วยยกระดับการสร้างบ้านของแต่ละบริษัทในสังกัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน และมีความน่าเชื่อถืออีกขั้น

  1. วิสัยทัศน์ ความใส่ใจ และความรับผิดชอบ ต่อลูกค้า และสังคม

ประเด็นนี้เป็น ‘หัวข้อพิเศษ’ สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างบางเจ้าหรือบางบริษัทเท่านั้น แต่สำคัญสำหรับปัจจุบันและอนาคต เพราะผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะรูปแบบบริษัท หันมาให้ความสำคัญกับงานก่อสร้างด้วยการใช้วัสดุที่ทดแทนการทำลายธรรมชาติ โดยเฉพาะไม้ โดยบริษัทรับสร้างบ้านเหล่านี้ มักจะมีข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุใหม่ ๆ ที่ทันกับการเปลี่ยนไปของเทรนด์สิ่งแวดล้อมโลก จึงมักนำข้อมูลดี ๆ มาแนะนำให้กับเจ้าของบ้าน ถือเป็นความใส่ใจและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ที่สร้างความแตกต่างให้กับบริษัท

 

‘ผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ หรือในนามบุคคล’ ย่อมแตกต่างกับ ‘ผู้รับเหมาก่อสร้างรูปแบบบริษัท’ อย่างเลี่ยงไม่ได้ การว่าจ้างช่างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ หรือในนามบุคคล อาจเป็นตัวเลือกที่ ‘ใช่’ สำหรับเจ้าของบ้านที่มีความรู้เรื่องงานก่อสร้างทั้งระบบครบวงจร การว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างรูปแบบบริษัท อาจเป็นคำตอบที่ ‘จบ’ สำหรับเจ้าของบ้านที่ไว้วางใจผลงานของบริษัทรับสร้างบ้านนั้น ๆ สิ่งสำคัญคือ ‘ความรอบคอบรอบด้าน’ ระหว่างการพิจารณาและตัดสินใจนั่นเอง

Categories
Knowledge

บ้านน็อคดาวน์ กับ 12 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ | ต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง

บ้านน็อคดาวน์

เชื่อว่าหลายๆ คน คงเคยได้ยินคำว่า “ บ้านน็อคดาวน์ ” มาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก เพราะเป็นเรื่องที่อาจจะดูค่อนข้างใหม่อยู่บ้างในแวดวงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยในประเทศของเรา แต่หากเป็นในต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรปหรือญี่ปุ่นแล้ว บ้านประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงมาก

เพราะมีความสะดวก ไม่ต้องมาจุกจิกจู้จี้กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้วุ่นวายเหมือนการก่อสร้างบ้านแบบเดิมๆ ดังนั้นเราต้องมาทำความรู้จักกับบ้านประเภทนี้กันเสียก่อนว่ามันคืออะไร

บ้านน็อคดาวน์ คืออะไร

เป็นรูปแบบของบ้านสมัยใหม่ ที่เพิ่งจะได้รับความสนในไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของบ้านสไตล์นี้เรียกว่า “Finished home” หรือบ้านสำเร็จรูป เป็นบ้านที่มีขนาดเล็ก มีทั้งแบบชั้นเดียวและ 2 ชั้น โดยจุดเด่นของบ้าน คือก่อสร้างรวดเร็วทันใจ ราคาถูกและสวย ราคาเริ่มต้นเพียงประมาณสองแสนบาท

บ้านน็อคดาวน์สวยๆ

[highlight background=”” color=””]แนะนำให้อ่านบทความนี้ก่อนนะ ข้อมูลการเตรียมตัวสร้างบ้าน[/highlight]

เพียงมีที่ดินอยู่แล้วก็สามารถเลือกแบบบ้านที่พอใจ ถึงจะเริ่มคุยรายละเอียดต่างๆก่อนและทำสัญญาให้เรียบร้อย ก็สามารถให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ทันที โดยใช้เวลาติดตั้งที่หน้างานไม่เกิน 3 วัน

ก็สามารถมีบ้านใหม่พร้อมให้เข้าอยู่ได้ในระยะเวลาแค่ไม่กี่วัน (ส่วนใหญ่ทำเสร็จภายในเวลา 1 เดือน เท่านั้น ถือว่าใช้เวลาน้อยมากหากเทียบกับการก่อสร้างบ้านทั่วไปที่ใช้เวลานานหลายเดือน กว่าจะเสร็จและเข้าอยู่ได้)

ตัวอย่างบ้านน็อคดาวน์

งานอื่นๆ ที่ต้องทำนอกเหนือจากการเริ่มดำเนินการปลูกสร้างแล้ว ก็คือ การปรับหน้าดินให้เรียบสำหรับเตรียมทำฐานราก เพื่อยึดให้บ้านตั้งมั่นคงอยู่กับที่

[highlight background=”” color=””]ดูแบบบ้านทั้งหมดได้ที่ รับสร้างบ้าน[/highlight]

และดำเนินการเรื่องสาธารณูปโภค น้ำประปาไฟฟ้า รอเอาไว้เมื่อบ้านมาถึงก็สามารถเชื่อมต่อระบบน้ำประปาและติดตั้งระบบไฟฟ้าเข้าไปในตัวบ้านพร้อมใช้งานได้เลย

บ้านน็อคดาวน์ผ่อนได้

แนะนำ ควรถมดินอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปและปรับหน้าดินให้เรียบ ไม่ควรใช้ดินผสมเศษอิฐเศษหินซึ่งแม้จะมีราคาถูก แต่อาจทำให้เสาเข็มหนีศูนย์ หรือแตกหักเสียหายได้ ควรเลือกใช้ดินธรรมชาติในการถม ได้แก่

  • ดินลูกรัง มีสีออกน้ำตาลหรือแดง มีลักษณะค่อนข้างแข็งโดยเฉพาะเมื่อเป็นดินแห้ง สามารถบดอัดให้แน่นแข็งได้ดี
  • ดินเหนียว เป็นดินเนื้อละเอียด มีคุณสมบัติทึบน้ำ อุ้มน้ำได้ดี นิยมใช้ถมดินในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เพราะหาได้ง่าย ราคาไม่สูงมากนัก
  • ดินทราย ราคาถูก ไม่อุ้มน้ำ ง่ายต่อการกัดกร่อน เมื่อนำมาถมจำเป็นต้องบดอัดอย่างดี และมีการป้องกันดินไหล เพื่อไม่ให้ดินทรุดตัวและไหลไปบริเวณข้างเคียง
  • หน้าดิน คือดินที่อยู่บริเวณผิวดินด้านบน ระดับ 0.00-0.50 เมตร หรืออาจลึกกว่าเล็กน้อย เนื้อดินสีดำเนื้อดินค่อนข้างละเอียดในสภาพดินแห้ง จะจับกันเป็นก้อนแข็งพอประมาณ เป็นดินที่มีการระบายน้ำได้ดีปานกลาง แต่มีราคาสูงกว่าดินประเภทอื่นพอสมควร

ซึ่งเรื่องนี้บริษัทผู้รับสร้างบ้านน็อคดาวน์ จะเป็นผู้ดูแลและจัดการให้ ส่วนอีกเรื่องที่คนให้ความสนใจก็คือ เรื่องความคงทนแข็งแรง เนื่องจากยังเป็นเรื่องใหม่ในไทย คนจึงยังไม่เปิดใจเท่าไหร่นัก เลยกังวลในเรื่องนี้แต่ก็ต้องขอบอกว่า

ในประเทศที่มีแผ่นดินไหวบ่อยอย่างประเทศญี่ปุ่น มีความนิยมบ้านประเภทนี้มาก ดังนั้นคงพอจะรับประกันในเรื่องความแข็งแรงทนทานของบ้านชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งแนะนำว่าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ควรศึกษาหาข้อมูลเสียก่อน จะได้เข้าใจถึงการเตรียมพร้อม และดูแลรักษาบ้านน้อยหลังงามนี้ให้อยู่ได้ยาวนานต่อไป

1. ระยะเวลาในการก่อสร้างนานมั้ย

เนื่องจากรูปแบบการสร้างบ้านน็อคดาวน์ เป็นโครงสร้างเบา จะมีส่วนที่เป็นก่อฉาบน้อยมาก ตัวผนังเป็นแผ่นสมาร์ทบอร์ดเสริมความแข็งแรงด้วยโครงเหล็กด้านใน ดังนั้นจึงทำให้ช่วยประหยัดเวลาก่อสร้าง ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบของบ้านด้วย แล้วเสร็จสามารถเข้าไปอยู่ได้เลย

2. ต้องเตรียมงบประมาณเท่าไหร่

สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดในการสร้างบ้าน หากมีที่ดินเป็นของตนเองอยู่แล้ว บ้านน็อคดาวน์จึงกลายเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะราคาไม่แพงและงบไม่บานปลาย ปกติราคาของบ้านสำเร็จรูปทั่วไปจะมีราคาตั้งแต่ 100,0000 – 1,000,0000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่ขนาดพื้นที่ใช้สอยและรูปแบบของบ้านเป็นหลัก

[highlight background=”” color=””]บางบริษัทสามารถผ่อนกับธนาคารได้ สอบถาม[/highlight]

  • ตัวอย่างบ้านขนาดเล็ก สร้างจากโรงงาน ขนส่งทั้งหลังด้วยรถ 6 ล้อ

  • ตัวอย่างที่ต้องไปสร้างหน้างาน เนื่องจากมีขนาดใหญ่หรือมีข้อจำกัดในการขนส่ง

3. รูปแบบบ้านเป็นแบบไหน?

ปัจจุบันด้วยระดับความนิยมบ้านน็อคดาวน์ หรือบ้านสำเร็จรูปมีมากขึ้น ทำให้เกิดบริษัทที่รับสร้างเยอะมาก ทั้งระดับเล็ก ไปจนถึงใหญ่ ต่างแข่งขันออกรูปแบบบ้านใหม่ๆ ทั้งสไตล์โมเดิร์น ปั้นหยา หรือสไตล์บ้านพักตากอากาศรีสอร์ท มีทั้งแบบบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น เพื่อสร้างความน่าสนใจ จึงทำให้ผู้ที่อยากมีบ้านเป็นของตนเอง แต่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณการก่อสร้าง ได้รับผลประโยชน์ไปด้วย

[highlight background=”” color=””]ดูแบบ บ้านน็อคดาวน์ขนาดเล็ก[/highlight]

  • ตัวอย่างแบบโมเดิร์น ขนาด 4*6 เมตร พร้อมระเบียง 4*1.5 เมตร

  • ตัวอย่างแบบปั้นหยา ขนาด 4*6 เมตร

บ้านน็อคดาวน์ชั้นเดียว

  • ตัวอย่างแนวรีสอร์ท ขนาด 3*6 เมตร

บ้านน็อคดาวน์ไม่เกินสองแสน

4. วัสดุส่วนใหญ่ของบ้านน็อคดาวน์

โดยปกติแล้ววัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านน็อคดาวน์ จะใช้เหล็กเป็นโครงสร้างหลัก ส่วนผนังสำเร็จรูปจะเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ทนความร้อน และแข็งแรง เช่น สมาร์ทบอร์ด แบบ Sandwich Panel ตัวบ้านจึงมีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วทาง บริษัทจะมีวัสดุมาตรฐานอยู่ หากต้องการเปลี่ยนจะต้องคุยรายละเอียดกันอีกที

ผนังเบา

เป็นผนังชนิดที่ไม่จำเป็นต้องมีคานมารองรับเหมือนเช่นการก่อผนังแบบอื่น เนื่องด้วยน้ำหนักที่ไม่มากเกินไป ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 20-50 กิโลกรัมต่อ 1 ตารางเมตร เป็นผนังที่ก่อสร้างด้วยการติดตั้งวัสดุแผ่นใหญ่เข้ากับ “โครงคร่าว” ทำให้มีน้ำหนัก น้อยกว่า ผนังก่ออิฐ หรือผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก จึงถูกเรียกชื่อว่า “ผนังเบา” สำหรับวัสดุที่นิยมใช้ทำผนังเบา ได้แก่ ไม้อัด, แผ่นยิปซัม, แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์, แผ่นไม้อัดซีเมนต์ และแผ่นเซลโลกรีต ส่วนวัสดุที่ใช้ทำโครงคร่าว ได้แก่ โครงเหล็กรูปพรรณ, โครงเหล็กชุบสังกะสี (กัลวาไนซ์) และโครงไม้เนื้อแข็ง

โดยการติดตั้งจะใช้ ตะปู หรือ ตะปูเกลียว เป็นตัวยึดวัสดุแผ่นใหญ่เข้ากับโครงคร่าว จากนั้นจึงเก็บรอยต่อระหว่างวัสดุแผ่น เช่น แผ่นยิปซั่มจะใช้ผ้าฉาบ (เทปผ้าฉาบ) กับปูนฉาบรอยต่อ แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์จะใช้กาวโพลียูรีเทน (PU) อุดรอยต่อ เป็นต้น

การกั้นห้องผนังเบาสามารถกั้นได้ทั้งงานภายในและงานภายนอก โดยเลือกคุณสมบัติของแผ่นให้เหมาะสม และการกั้นห้อง ผนังเบานี้หากทำอย่างเรียบร้อยและมีการตกแต่งผิวอย่างดี จะมีทั้งความแข็งแรงและความสวยงามไม่แพ้งานปูน ในเรื่องของความแข็งแรงอาจไม่เท่างานปูน แต่เรื่องความสวยงามการันตีได้ว่าสวยไม่แพ้งานปูน สามารถที่จะตกแต่งผิวด้วยการทาสีหรือติด wallapper ได้เหมือนกัน

สมาร์ทบอร์ด

เป็นวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ที่สามารถใช้กับงานผนังได้ทั้งภายในและภายนอก นิยมนำมาใช้ในงานก่อสร้างในระบบผนังโครงเบา เนื่องจากติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว รวมทั้งมีคุณสมบัติต่างๆ ที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงหรือเทียบเท่าผนังก่ออิฐ ทั้งเรื่องความแข็งแรง การกันเสียง การทนแดดฝน และการกันความร้อน และที่โดดเด่นคือเรื่องของน้ำหนักที่เบากว่าผนังก่ออิฐถึง 6 เท่า

ในตลาดแผ่นสมาร์ทบอร์ดมีหลายยี่ห้อ มีทั้งยิปซั่ม ตราช้าง วีว่าร์ ตราเพชร ยี่ห้อที่คุ้นหูและได้ยินบ่อยๆ เห็นจะมี “สมาร์ทบอร์ดตราช้าง” กับ “วีว่าร์บอร์ด” แผ่นสมาร์ทบอร์ดมีหลายขนาด ขนาด ที่ว่าคือความหนา ความหนาที่ต่างกัน เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน

[highlight background=”” color=””]ดูแบบ บ้านน็อคดาวน์ขนาดใหญ่[/highlight]

5. ระบบสาธารณูปโภคควรรู้

กระบวนการก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ตามปกติแล้ว ภายในโครงสร้างของบ้านน็อคดาวน์จะมีการจัดสรรช่องทางการเดินไฟและท่อประปาไว้อย่างเสร็จสรรพ พร้อมทำการวางระบบ ติดตั้งสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ น้ำ ไฟ ที่จำเป็นต้องใช้ในบ้านรวมถึงสุขภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำไว้ให้หมดแล้ว เรียกว่าสร้างเสร็จ พร้อมอยู่ได้เลย ช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบและลดค่าใช้จ่ายในการจ้างช่างเดินไฟได้อีกระดับ

6. หากคิดอยากจะต่อเติม

หากใครคิดอยากจะต่อเติมบ้านน็อคดาวน์เพิ่ม อาจจะต้องล้มเลิกความคิดนั้น เนื่องจากตัวโครงสร้างไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ต่อเติมได้ ดังนั้นจึงไม่ควรต่อเติมอะไรในส่วนที่จะกระทบต่อตัวโครงสร้าง หากดื้อดึงทำไปอาจจะส่งผลให้ตัวบ้านพัง หรือได้รับอันตราย อีกยังทั้งมีผลกับการรับประกันตัวบ้านของแต่ละบริษัทด้วย

[highlight background=”” color=””]การรับประกันของทาง บ้านไทยโฮมโกลด์[/highlight]

บ้านน็อคดาวน์ 2 ห้องนอน

7. ขนย้ายเองได้มั้ย

ด้วยวัสดุการก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบา ขนาดเล็ก จึงทำให้สามารถเคลื่อนย้าย ยกตัวบ้าน ได้สะดวก แต่ต้องทำโดยช่างที่ชำนาญงาน ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอันตรายต่อตัวเองและบ้านได้ และสำหรับบ้านน็อคดาวน์ 2 ชั้น อาจจะต้องใช้เทคนิคในการเคลื่อนย้ายเล็กน้อย

8. ความแข็งแรง ทนทาน

แม้การสร้างบ้านน็อคดาวน์ จะไม่ได้เป็นการก่ออิฐฉาบปูน แต่โครงสร้างเหล็กนั้นถือว่าสร้างความแข็งแรง ทนทานได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวที่ดินที่จะนำบ้านน็อคดาวน์ไปวางด้วย โดยจำเป็นต้องถามที่ให้แน่นระดับหนึ่ง เพื่อป้องกันตัวการโยกของตัวบ้าน

9. เรื่องการดูแลรักษา

บ้านน็อคดาวน์ เป็นรูปแบบบ้านสำเร็จรูป อาจจะอยู่อาศัยระยะยาวได้ไม่นานเท่าบ้านปูน เนื่องจากวัสดุที่ใช้มีอายุการใช้งาน ที่น้อยกว่าวัสดุบ้านปูน ดังนั้นการดูแลรักษา อาจจะมากเป็นพิเศษกว่าบ้านปกติ และ maintenance ทุกๆ 5 ปี อย่างเช่นการทาสีใหม่ เป็นต้น

บ้านน็อคดาวน์ 2 ชั้น 3 ห้องนอน

10. อายุการใช้งานบ้านน็อคดาวน์ล่ะ

ด้วยปัจจัยหลายประการทั้งวัสดุ ขนาดของบ้าน และอื่นๆ จึงทำให้ส่วนใหญ่นิยมนำบ้านน็อคดาวน์ หรือบ้านสำเร็จรูปมาสร้างเป็นห้องแถวหรือรีสอร์ท แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผนวกกับเกิดนวัตกรรมการสร้างบ้านแบบใหม่ จึงทำให้ช่วยต่ออายุของบ้านน็อคดาวน์ออกไปได้อีก 30 ปี เลยทีเดียว

บ้านน็อคดาวน์ 2 ชั้น

11. จะมีปัญหาการออกแบบและคุมงานมั้ย

ส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบและตรวจสอบรายละเอียดต่างๆก่อนเริ่มขาย ดังนั้นมันจึงช่วยลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านโครงสร้าง ปัญหาผู้รับเหมาหนีงาน ตลอดจนปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลาย

บ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูป

12. เหมาะเอาไปประกอบธุรกิจหรือไม่

ในปัจจุบัน เทรนด์การปลูกสร้างหันมาให้ความสนใจกับบ้านน็อคดาวน์เป็นจำนวนมาก ด้วยการปลูกสร้างที่ใช้เวลาไม่นาน วัสดุคุ้มทุนอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ปี และสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งวัสดุการปลูกสร้างยังสามารถหาทดแทนได้ง่าย ตลาดงานปลูกสร้างในปัจจุบันทั่วไป ที่หันมาสร้างวัสดุทดแทน วัสดุกันความร้อน แถมยังมีการดูแลที่ง่ายดาย หมดปัญหา ปลวก หรือสนิมกวนใจผู้อยู่อาศัย ยิ่งเป็นภาพลักษณะการพักชั่วคราวด้วยแล้ว นับว่าเป็นที่คุ้มค่ากับการลงทุนเป็นอย่างมาก จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทำกิจการรีสอร์ทหรือบ้านพัก และผู้ที่ต้องการขยายกิจการในระยะเวลาอันสั้น

สรุป

บ้านน็อคดาวน์หรือบ้านสำเร็จรูป ดูเหมือนจะเป็นทางใหม่สำหรับผู้มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ หรือมีที่ดินเป็นของตนเองอยู่แล้วแต่อยากได้บ้านหลังที่สองเพิ่มเติม

บ้านน็อคดาวน์ จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากมีบ้านยุคใหม่ ที่ไม่ต้องการปวดหัวกับปัญหาเรื่องการก่อสร้าง เรื่องช่างและผู้รับเหมา รวมถึงไม่อยากเสียเวลารอนานๆ กว่าจะได้บ้านที่พร้อมให้เข้าอยู่อาศัย

ข้อมูลจาก Modular_building

Categories
Knowledge

What Is a Knockdown House? A Complete Guide

What Is a Knockdown House?

A knockdown house is a modern, prefabricated home that has gained popularity in Thailand over the past decade. It uses lightweight steel structures and smart-board walls instead of heavy masonry, so construction is far faster — on average about one month, depending on the design. Once completed, the house is ready to move in. Prices generally start from around 200,000 THB and can range up to 1,000,000+ THB depending on size and specifications.

Land Preparation

Fill and settle the land for at least 6 months and level the surface. Avoid soil mixed with debris such as bricks or stones. Suitable soils: laterite, clay, sandy, or topsoil.

Common Construction Materials

Knockdown houses use steel as the main framework with lightweight walls (about 20–50 kg/m²). Smart board is a fiber-cement panel suitable for interior and exterior use — durable, heat- and weather-resistant, and up to six times lighter than brick.

Utilities, Extension & Relocation

Electrical and plumbing systems are pre-installed, so the home is move-in ready. Knockdown houses are generally not designed for structural extension, but relocation is possible when handled by skilled professionals.

Interested in a knockdown home? Contact Baanthaihome Gold for a free consultation.