Categories
Knowledge

การเตรียมตัวสร้างบ้าน ตอนที่ 1

ในการเตรียมตัวสำหรับสร้างบ้าน สิ่งแรกที่เราจะต้องมาคำนึงถึง  คือ งบประมาณ แน่นอนว่าในการเริ่มต้นปลูกบ้านแต่ละหลัง แต่ละขั้นตอน ย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น วันนี้เรามีหลักการมานำเสนอว่า ท่านจะต้องเตรียมตัวอย่างไรและคำนึงถึงอะไรบ้าง

Categories
Knowledge

ระบบการก่อสร้าง

ระบบการก่อสร้าง ในปัจจุบัน มีอยู่ 2 แบบหลักๆ ได้แก่ บ้านโครงสร้างเหล็ก และ บ้านPrecast

Categories
Knowledge

การเตรียมตัวสร้างบ้าน ตอนที่ 2

ก่อนที่เราจะสร้างบ้านในฝันของเราซักหลัง เราก็ควรจะเข้าใจขั้นตอนในการเตรียมตัวสร้างบ้าน (แนะนำให้อ่าน การเตรียมตัวสร้างบ้านตอนที่ 1 ก่อน นะครับ) ซึ่งจะทำให้เราซึ่งจะทำให้การดำเนินการขั้นตอนต่างๆได้ไวมากขึ้น

Categories
Knowledge

นวัตกรรม ผนังสำเร็จรูป พรีแคส คืออะไร ?

เทคโนโลยี ผนังสำเร็จรูป Precast เป็นวิธีการสร้างบ้านในยุคใหม่ ที่สามารถช่วยให้สร้างบ้านได้อย่างรวดเร็ว ทันใจลูกค้า โดยเปลี่ยนจากผนังบ้านที่สร้างขึ้นมาจากการก่ออิฐฉาบปูน มาเป็นผนังคอนกรีตสำเร็จรูป

Categories
Knowledge

บ้านประหยัดพลังงาน นวัตกรรมที่มิตรเป็นกับสิ่งแวดล้อม

ด้วยสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่ร้อนขึ้นทุกวัน แต่บ้านส่วนใหญ่ยังคงถูกสร้างโดยไม่ได้คำนึงถึงสภาพอากาศที่ร้อน มีการออกแบบบ้านที่ไม่ดีพอและเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม ทำให้ตัวบ้านเกิดการสะสมความร้อน อากาศภายในบ้านไม่ถ่ายเท รู้สึกร้อนอบอ้าว ทำให้ผู้อยู่อาศัยต่างหาวิธีที่จะทำให้บ้านเย็นขึ้น

Categories
Knowledge

ขั้นตอนการผลิตแผ่นพรีแคส

กระบวนการผลิตแผ่นพรีแคส (Precast Coolwall Bearing) บริษัทจะออกแบบเป็นชิ้นส่วน โดยวิเคราะห์โครงสร้างและออกแบบก่อสร้างโดยใช้ซอฟท์แวร์ทางวิศวกรรม ซึ่งทำให้สามารถเห็นสินค้าในรูปแบบเสมือนจริง

Categories
Knowledge

การสร้างบ้านด้วยผนังพรีแคส ขั้นตอนเป็นอย่าง ปลอดภัยแค่ไหน | มาอ่านกัน

ขั้นตอนการสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยี พรีแคส (Precast) หรือเรียกแบบบ้านๆ ว่า “แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป” เป็นวิธีสร้างบ้าน โดยใช้ผนังคอนกรีตที่ออกแบบมา เพื่อทดแทนผนังก่ออิฐ-ฉาบปูน ซึ่งถ้าถามว่ามีความสำคัญแค่ไหนที่ต้องศึกษา ต้องตอบเลยว่า “มาก!” ถ้าคุณกำลังจะซื้อบ้านใหม่ เพราะบ้านสมัยนี้ หันมาใช้พรีคาสท์กันเกือบหมด

Categories
Knowledge

รวมแบบบ้านชั้นเดียว ราคาประหยัด รองรับผู้สูงอายุ | อัพเดท 2019

ก่อนที่จะมาดู แบบบ้านชั้นเดียว ผมขอเกริ่นก่อนว่าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่วางแผนจะสร้างแล้วละก็ อันดับแรกเลยคุณต้องทำความเข้าใจก่อนว่ารูปแบบบ้านมีกี่ประเภท และแบบไหนที่เหมาะกับคุณและสมาชิกในครอบครัว

เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น วันนี้ผมจะขอพูดถึงบ้านชั้นเดียว  ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ เรามาดูกันดีกว่าว่าบ้านชั้นเดียวมีดีอย่างไร โดยผมได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้คุณได้พิจารณาแล้ว

ในยุคปัจจุบันบ้านชั้นเดียว มีให้เลือกอย่างหลากหลาย และได้รับความสนใจรวมถึงความนิยมอย่างแพร่หลาย

บ้านชั้นเดียวดีอย่างไร? ด้วยลักษณะนี้ปลูกสร้างง่าย ใช้วัสดุในการก่อสร้างไม่เยอะ และระยะเวลาในการก่อสร้างก็ไม่นาน สามารถลดงบประมาณในการสร้างบ้านลงได้ อย่างไรก็ตามบ้านชั้นเดียวนั้น ยังสะดวกสบายต่อการอยู่อาศัย

สามารถดีไซน์และจัดวางให้เชื่อมโยงกันในแต่ละมุมห้องได้อย่างลงตัว ที่สำคัญผู้สูงอายุชอบ เพราะในยามที่คนเราเริ่มมีอายุมากขึ้น ปัญหาเรื่องสุขภาพจะตามมาเป็นของคู่กัน

และปัญหาเรื่องข้อเข่าก็คือหนึ่งในปัญหายอดฮิตซึ่งทำให้การเดินขึ้น – ลงบันไดลำบาก ดังนั้นแบบบ้านชั้นเดียวจะทำให้ผู้ใหญ่ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกมากขึ้นครับ

ตัวอย่างแบบบ้านชั้นเดียว

ขณะเดียวกันก็ยังง่ายต่อการทำความสะอาด ถือได้ว่าบ้านชั้นเดียวเพียงหนึ่งหลังตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างครบครัน และในวันนี้ บ้านไทยโฮมโกลด์ มีความยินดีที่จะนำเสนอแบบบ้านชั้นเดียวหลากหลายดีไซน์เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อยู่อาศัยได้นำไปปรับใช้ และต่อยอดการออกแบบในการปลูกสร้างบ้านในแบบฉบับของคุณต่อไป

1. แบบบ้านชั้นเดียวโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

เรียกย่อๆได้ว่า “โครงสร้าง ค.ส.ล.” ( ระบบหล่อในที่ ) ซึ่งถือเป็นที่นิยมมานาน ด้วยวัสดุที่ในการก่อสร้างหาซื้อได้ง่ายโดยมีร้านค้าเกี่ยวกับก่อสร้างเกิดขึ้นเยอะและมีหลายสาขา เช่น โกลบอลเฮ้าส์ และมีราคาถูกกว่าการโครงสร้างแบบอื่นๆ มีส่วนประกอบหลักคือ

  • ปูนซีเมนต์
  • หิน กรวดหรือทราย
  • น้ำ

และเสริมด้วยเหล็กเข้าไป เพราะคอนกรีตมีคุณสมบัติในการรับแรงอัดได้ดี แต่รับแรงดึงได้ค่อนข้างต่ำมาก จึงจำเป็นต้องเสริมเหล็กเข้าไปเพื่อเพิ่มคุณสมบัติแรงดึง ทำให้รับแรงของวัสดุโดยรวมได้มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันโครงสร้างคอนกรีตผสมเหล็กถูกพัฒนามาต่อเนื่อง ทำให้คุณภาพได้มาตราฐานดีกว่าเมื่อก่อน สามารถหล่อขึ้นรูปได้หลากหลายรูปแบบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีส่วนที่ต้องใช้ความชำนาญและความละเอียดรอบคอบของช่าง ทั้งในขั้นตอน เทคอนกรีต การบ่มคอนกรีต จนไปถึงการผูกเหล็กและทาบเหล็ก เพื่อให้คอนกรีตแข็งแรงเต็มประสิทธิภาพ

จุดเด่นของบ้านปูนคอนกรีตเสริมเหล็ก

  • มีความแข็งแรง ทนทานมากกว่าบ้านโครงสร้างเหล็ก
  • ทั้งปูนซีเมนต์ หิน กรวด ทราย เป็นวัสดุที่มีราถูกกว่าโครงสร้างเหล็ก จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างดี
  • เป็นวิธีการก่อสร้างที่มีมานาน จึงมีผู้รับเหมาและช่างที่ชำนาญอยู่มากพอสมควร จึงไม่เป็นเรื่องยุ่งยากในการติดต่อหาช่างมารับงาน
  • การดูแลรักษาง่ายกว่าและถูกกว่าโครงเหล็ก ทั้งยังมีวิธีแก้ไขที่ไม่ยุ่งยาก

1.1 ทรงปั้นหยา

บ้านหลังนี้มีชื่อว่า ” เพชรบูรพา “ ผลงานการออกแบบของ บ้านไทยโฮมโกลด์ โดยบ้านหลังนี้จะเน้นการออกแบบที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความทันสมัย หลังคาทรงปันหยาที่โดดเด่นในเรื่องการให้ร่มเงา ระบายอากาศ และเพิ่มความโปร่ง โล่งสบายให้กับภายใน

รวมทั้งโทนสีที่ดูอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ เช่น โทนสีครีม สีน้ำตาลและสีเหลืองอ่อน ตลอดจนการตกแต่งประตูและหน้าต่างด้วยบานกระจกใส ซึ่งสามารถเปิดรับแสงจากภายนอกได้อย่างเป็นอย่างดี

ด้านรายละเอียดสำหรับบ้านชั้นเดียวหลังนี้มีขนาดหน้ากว้าง 10.5 เมตร ลึก 7.5 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวมอยู่ที่ 125.50 ตร.ม ในส่วนของการก่อสร้างนั้นจะใช้เป็นระบบหล่อในที่ เพื่อลดปัญหาการแตกร้าว และรั่วซึมของตัวผนัง ด้านหน้าของบ้านนั้นใช้วัสดุปูไม้เฌอร่าตกแต่ง

ภายในของบ้านประกอบไปด้วย ห้องนอนจำนวน

  • 3 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ

และยังมีห้องครัว ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร อย่างละ 1 ห้อง

ไม่เพียงเท่านั้นตรงส่วนของครัวยังมีประตูเปิดออกไปด้านหลังบ้านเพื่อทำเป็นที่ซักล้างได้อีกด้วย พร้อมด้วยการเทพื้นปูนขัดหยาบรอบตัวบ้าน (ยื่นออกจากตัวบ้าน 1 เมตร) ซึ่งฟังก์ชั่นครบครั่นมากๆและใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

1.2 ทรงจั่ว (หน้าแคบ)

proud09

สำหรับบ้านชั้นเดียวหลังที่สองนี้มีชื่อว่า ” The Proud 04 “ มุ่งเน้นการออกแบบในสไตล์ร่วมสมัย ด้วยการนำเอาดีไซน์หลังคาแบบทรงจั่วมาผนวกใช้กับตัวบ้านในรูปทรงสี่เหลี่ยม

ไม่เพียงเท่านั้นยังเลือกใช้เฉดสีเทาและน้ำตาลมาตกแต่งทำให้ภาพรวมของบ้านดูเรียบหรู ให้ความเป็นโมเดิร์น และส่วนนอกของบ้านเลือกใช้วัสดุไม้เทียมทำให้บ้านดูมีมิติและมีความเป็นธรรมชาติขึ้น

proud09

สำหรับบ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ที่มีพื้นที่ดินลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้า หรือมีหน้าที่ดินค่อนข้างแคบ โดยมีหน้ากว้างอยู่ที่ 10 เมตร ลึก 14 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 124 ตารางเมตร

ซึ่งแปลนบ้านภายในประกอบไปด้วย

  • ห้องนอน 3 ห้อง
  • ห้องน้ำ 3 ห้อง

อีกทั้งยังมี ห้องครัว และห้องรับแขก อย่างละ 1 ห้อง

สำหรับภายในมุ่งเน้นการวางผังบ้านและตกแต่งภายในให้ห้องเกิดการเชื่อมโยงในการใช้สอยได้อย่างสะดวกสบาย ในลักษณะแนวยาว

1.3 ​ทรงโมเดิร์น

ตัวอย่างหลังที่สามมีชื่อว่า ” The Proud 05 “ เป็นบ้านชั้นเดียวที่ปลูกสร้างโดยเน้นความเป็นโมเดิร์นด้วยรูปทรงเรขาคณิต ทั้งจากทรงหลังคาและตัวบ้านรูปทรงสี่เหลี่ยม พร้อมกับตกแต่งด้วยระแนงไม้เทียม และกรอบหน้าต่างเพื่อสร้างความโดดเด่นและดูมีมิติ

ที่สำคัญลดความแข็งกระด้างของคอนกรีตได้เป็นอย่างดี สำหรับโทนสีที่นำมาใช้มุ่งเน้นเฉดสีโทนสว่าง รวมทั้งสีเนื้อวัสดุทั้งจากคอนกรีตและไม้ โดยทั้งหมดดีไซน์ออกมาได้อย่างกลมกลืน ลงตัวและทันสมัย แสดงออกถึงการออกแบบและตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างเด่นชัด

boulevard05

สำหรับแปลนจัดวางจะเป็นลักษณะแนวนอน ความกว้าง 9 เมตร ลึก 10 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 139 ตารางเมตร

ภายในประกอบไปด้วย

  • 3 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ

และมุมจำเป็นต่างๆ อย่าง ครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องรับแขก อย่างละ 1 ห้อง

ส่วนนอกด้านข้างจะเป็นที่จอดรถ ส่วนหลังที่ติดกับที่จอดรถและห้องครัวจะเป็นลานซักล้าง

1.4 ​ทรงปั้นหยามีหลังคาประดับ

แบบบ้านหลังที่สี่ชื่อว่า ” เพชรบูรพา “ นี้มุ่งเน้นการออกแบบที่เรียบหรู ดูทันสมัย ด้านเฉดสีที่นำมาใช้เลือกใช้โทนสีอ่อน อาทิ ครีม น้ำตาล และเทา ภาพรวมส่วนนอกดูโปร่ง โล่ง สบาย เพราะผนังในทุกด้านออกแบบและตกแต่งเป็นหน้าต่างในทุกจุด สำหรับหลังคาเลือกทรงปันหยาในการชูความโดดเด่นในเรื่องความสวยงาม

สำหรับแปลนบ้านออกแบบในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายตัว L โดยหน้ากว้าง 12 เมตร ลึก 8 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 129 ตารางเมตร เป็นสัดส่วน กั้นห้องแยกโซนกันอย่างชัดเจน ซึ่งภายในจะมีห้องรับแขกเป็นจุดศูนย์กลางของบ้าน เชื่อมโยงห้องต่างๆได้อย่างลงตัว

โดยมีรายละเอียดห้องดังนี้

  • 3 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ
  • ห้องรับแขก 1 ห้อง
  • และ 1 ส่วนรับประทานอาหาร

ทั้งนี้ส่วนหน้าของบ้านจะใช้ประตูบานสไลด์คู่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดิน และทำให้บ้านดูโปร่ง

1.5 ทรงจั่วคู่

แบบบ้านหลังที่ 5 นี้มีชื่อว่า ” เพชรโชคชัย “ ออกแบบอย่างสวยงาม เน้นความเรียบง่ายผสมผสานกับการนำเอาความเป็นโมเดิร์น นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว การเลือกใช้สีก็ทำให้ตัวบ้านดูโดดเด่นไม่โล้น

ส่วนตัวผนังก็เลือกใช้ไม้เฌอร่าในการตกแต่ง ซึ่งสามารถเพิ่มกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว สำหรับผนังส่วนอื่นออกแบบและตกแต่งเป็นประตูและหน้าต่างด้วยบานกระจกใส

สำหรับแปลนบ้านหลังนี้จัดผังให้ออกมาในลักษณะคล้ายๆตัว U คว่ำ  ซึ่งทำให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตร ครบครันไปด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ

โดยประกอบไปด้วยห้องต่างๆดังนี้

  • ห้องนอน 3 ห้อง
  • ห้องน้ำ 3 ห้อง
  • ห้องรับแขก 1 ห้อง
  • ห้องครัว 1 ห้อง

ภาพรวมภายนอกหลังคาทรงหน้าจั่ว เป็นรูปแบบทรงหลังคาที่ได้รับความนิยมในบ้านเรามาเนิ่นนาน เนื่องจากข้อดีของมันที่ช่วยให้น้ำฝนไหลลาดลงจากหลังคาได้อย่างรวดเร็ว และพบปัญหารั่วซึมน้อยมาก

เราจึงได้เห็นบ้านที่สร้างด้วยหลังคาทรงหน้าจั่วมาตั้งแต่อดีต และจวบจนถึงปัจจุบันนี้ บ้านทรงหน้าจั่ว ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

2. แบบบ้านชั้นเดียวโครงสร้างเหล็ก

อีกหนึ่งวัสดุที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างไม้ สู่โครงสร้างคอนกรีต จนมาถึงบ้านโครงสร้างเหล็ก ปัจจุบันวัสดุที่นิยมเลือกปลูกสร้างโครงสร้างบ้านก็จะเป็น บ้านโครงสร้างเหล็ก และคอนกรีต

ส่วนโครงสร้างไม้ไม่เป็นนิยมด้วยปัจจัยในเรื่องความแข็งแรงและการเสื่อมสภาพ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ” 12 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนซื้อบ้านน็อคดาวน์ “

จุดเด่นของบ้านโครงสร้างเหล็ก

  • ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง
  • มีความแข็งแรงไม่ต่างกับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ปลูกสร้างได้ง่ายกว่าบ้านคอนกรีต
  • เสาคานเหล็กมีขนาดเล็กทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้าน
  • การเดินระบบอย่าง เดินท่อประปา เดินท่อร้อยสายไฟ สามารถทำได้ง่าย

ตัวอย่างผลงานการสร้างบ้าน บ้านโครงสร้างเหล็ก

2.1 ทรงปั้นหยา

บ้านเพชรงาม

ตัวอย่างบ้านโครงสร้างเหล็กหลังที่ 1 มีชื่อว่า ” เพชรงาม ” เป็นบ้านชั้นเดียวที่การตกแต่งภายนอกเลือกใช้โทนสีเทาเป็นหลัก ส่วนผนังบริเวณหน้าต่างจะตกแต่งด้วยไม้เทียมรับกับผนังสีเทา มุงหลังคากระเบื้องทรงปั้นหยาสีน้ำเงิน เพื่อให้ตัดกับสีของตัวบ้านสี

บริเวณที่จอดรถตกแต่งผนังเป็นสีน้ำเงินซึ่งเข้ากับตัวบ้านมาก หน้าบ้านเลือกใช้ประตูกระจกใสบานใหญ่ เพื่อช่วยในการระบายแสงแดดจากธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้าน พร้อมทั้งเปิดให้เห็นบรรยากาศนอกบ้านได้ชัดเจนมากขึ้น

proud05

สำหรับแปลนจัดวางจะเป็นลักษณะแนวนอน ความกว้าง 10 เมตร ลึก 7 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 118 ตารางเมตร

ภายในประกอบไปด้วย

  • 3 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ
  • 1 ส่วนรับแขก
  • 1 ส่วนครัว
  • 1 ที่จอดรถ

ส่วนนอกด้านข้างจะเป็นที่จอดรถ ขนาด 3 * 5 เมตร พร้อมทั้งเทพื้นปูนขัดหยาบให้รอบตัวบ้านด้านละ 1เมตร

2.2 ทรงสไตล์ร่วมสมัย

บ้านเพชรชมพู

ตัวอย่างบ้านโครงสร้างเหล็กหลังที่ 2 มีชื่อว่า ” เพชรชมพู ” บ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านยกพื้น ไม่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งเพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเยอะที่สุด ตัวผนังแต่งแต้มด้วยสีเทาอ่อน ตัดกับสีน้ำตาลอ่อน เล่นลวดลายบัวด้วยสีน้ำตาลเข้ม ปกคลุมด้วยหลังคามุงกระเบื้องทรงมะนิลา ให้ดีไซน์แบบร่วมสมัย

proud02

ในส่วนของแบบแปลน นั้นจะมีให้เลือก 2 Type เริ่มจากทางฝั่งซ้ายมือ

แปลน Type 1 ประกอบไปด้วย

  • 3 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ
  • 1 ห้องรับแขก
  • 1 ส่วนครัว

แปลน Type 2 ประกอบไปด้วย

  • 2 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ
  • 1 ห้องรับแขก
  • 1 ห้องครัว

โดยขนาดแปลนจะมีหน้ากว้างที่ 12 เมตร ลึก 6 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 110 ตารางเมตร

2.3 ทรงจั่วประยุกต์

บ้านทองพันช่าง

ตัวอย่างบ้านเหล็กหลังที่ 3 นี้มีชื่อว่า ” ทองพันช่าง “ ด้วยรูปทรงที่ให้กลิ่นอายแบบบ้านไทยสมัยก่อน แถมยังมีความสวยงามของหลังคาทรงจั่ว รวมถึงการเลือกใช้สีในแต่ละส่วน ทำให้ตัวบ้านดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร สามารถก่อสร้างได้ทั้งในเมืองและในต่างจังหวัด

สำหรับแปลนจัดวางจะเป็นบ้านหน้ากว้าง ความกว้าง 10 เมตร ลึก 8 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 93 ตารางเมตร

ภายในประกอบไปด้วย

  • 3 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ
  • 1 ห้องนั่งเล่น
  • 1 ห้องครัว

โดยตัวบ้านจะยกสูง 60 เซนติมเตร และด้านนอกจะมีระเบียง ขนาด 2 * 2.5 เมตร สามารถนั่งพักผ่อนได้

2.4 ทรงจั่วคู่

บ้านทองบวก

ลักษณะตัวบ้านชั้นเดียวหลังที่ 4 นี้มีชื่อว่า ” ทองบวก “ ทรงจั่วและมีหลังคาประดับ ผนังภายนอกทาด้วยสีเทา ตัดกับหลังคาสีน้ำตาลได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยการออกแบบหน้าจั่วถึงสองจุด ด้านหน้าทางเข้าบ้านมีระเบียงขนาดเล็ก เป็นที่นั่งพักผ่อนสุดชิลล์ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก

ชมภายนอกกันไปแล้ว มาดูการวางแปลนภายในกัน เมื่อเดินผ่านเฉลียงเข้ามาถายในจะพบกับโถงนั่งเล่นที่เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังห้องต่างๆ โดยมีห้องนอน Master อยู่ที่ด้านซ้ายของบ้าน

สำหรับแปลนจัดวางจะเป็นบ้านหน้ากว้าง ความกว้าง 11 เมตร ลึก 6 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 76 ตารางเมตร

ภายในประกอบไปด้วย

  • 3 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ
  • 1 ห้องนั่งเล่น
  • 1 ห้องครัว

หลังคาทรงหน้าจั่ว เป็นรูปแบบทรงหลังคาเนื่องจากข้อดีของมันที่ช่วยให้น้ำฝนไหลลาดลงจากหลังคาได้อย่างรวดเร็ว ด้านปะทะลมของหลังคาจั่วนั้นออกแบบมาเพื่อให้อากาศเย็นจากภายนอกสามารถเข้ามาช่วยระบายอากาศร้อนภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.5 ทรงจั่วผสมปั้นหยา

บ้านทองเอก

มาถึงบ้านโครงสร้างเหล็กหลังสุดท้ายกันแล้ว มีชื่อว่า ” ทองเอก “ สไตล์ร่วมสมัยที่ผสมผสานรูปแบบหลังคาสองสไตล์ได้อย่างลงตัว ให้อารมณ์ที่แตกต่างและดูเป็นเอกลักษณ์ ผนังภายนอกคุมด้วยโทนสีน้ำตาล เสริมลูกเล่นตัดด้วยสีขาวบริเวณหน้าต่างและประตู ทางเข้าบ้านมีชานเล็กๆ คอยต้อนรับอยู่ ขนาบข้างประตูด้วยระเบียง

มาดูการวางแปลนภายในกัน การออกแบบมีความเป็นสัดส่วน และมีความหลากหลายในพื้นที่การใช้งาน เมื่อเดินเข้ามาภายในบ้านจะพบกับห้องนั่งเล่น เป็นโซนสาธารณะเอาไว้นั่งพูดคุยสนทนา เหมาะที่จะจัดโซฟาในจุดนี้ ถัดเข้าไปอีกห้องจะเป็นห้องครัวและห้องน้ำ ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวสำหรับสมาชิกในครอบครัว

สำหรับแปลนจัดวางจะเป็นบ้านหน้ากว้าง ความกว้าง 9 เมตร ลึก 9 เมตร พื้นที่ใช้สอยรวม 75 ตารางเมตร

ภายในประกอบไปด้วย

  • 2 ห้องนอน
  • 2 ห้องน้ำ
  • 1 ห้องนั่งเล่น
  • 1 ห้องครัว

หลังคาทรงมนิลามีความแข็งแรง รับได้กับทุกสภาวะอากาศ รวมถึงระบายอากาศได้ดี เรียกว่าเป็นหลังคาที่ออกแบบมาเพื่อบ้านที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นจริงๆ

หากผู้อยู่อาศัยท่านใดชอบแบบบ้านชั้นเดียวข้างต้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ” รับสร้างบ้าน “

ผู้ออกแบบหรือพวกสถาปนิกนั้นจะเจอคำถามเรื่องของความคุ้มค่าและความปลอดภัย การสร้างบ้านนั้นสิ่งที่สำคัญคือขนาดพื้นที่ในเชิงปริมาณการใช้สอย และในเชิงราคาค่างวด จะเห็นได้ว่าการสร้างบ้านชั้นเดียวในพื้นที่ที่มีราคาแพง ย่อมไม่คุ้มต่อเนื้อที่ใช้สอยที่เกิดขึ้น

แต่ในทางกลับกันการสร้างบ้านชั้นเดียวบนพื้นที่โล่งกว้างชานเมืองหรือชนบท ก็อาจมีความเหมาะสมในเรื่องความคุ้มค่าของราคาที่ดินที่ราคาไม่แพงเหมือนในเมือง

บ้านชั้นเดียวนั้นจะให้บรรยากาศและการใช้สอย ที่แตกต่างจากบ้านหลายชั้น ทั้งในเชิงของพื้นที่ภายในและพื้นที่ภายนอก ในแง่ของบรรยากาศและความรู้สึกที่เกิดขึ้น เช่น ความอบอุ่น ความเป็นกันเอง ความใกล้ชิด แต่ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับขนาดและรูปร่างของบ้านชั้นเดียวนั้นด้วย

ความร้อนจากหลังคา

มีผลโดยตรงต่อบ้านชั้นเดียว แต่ด้วยเทคโนโลยีและวัสดุก่อสร้าง ในเรื่องของกันความร้อนในปัจจุบันพัฒนาขึ้นมาก ทำให้แก้ปัญหาเรื่องความร้อนได้ ส่วนการวางผังอาคารให้รับลม ก็มีส่วนช่วยได้มากซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้สำหรับการออกแบบ เพราะจะช่วยในเรื่องของการลดใช้พลังงานภายในตัวบ้านได้เป็นอย่างดี

การสะท้อนความร้อนจากพื้นหรือถนนภายในบริเวณที่ดินเข้าสู่ตัวบ้าน สำหรับบ้านชั้นเดียวจะได้รับผลกระทบมากหน่อย เพราะไม่มีชั้นบนสำหรับหลบเลี่ยง ดังนั้น ควรออกแบบหลังคาให้คลุมบริเวณลาน เฉลียง ระเบียง และการออกแบบผนังห้องให้ไม่รับแสงหรือสามารถกันแสงสะท้อนได้โดยตรง

การออกแบบผังบ้านชั้นเดียวที่ดี

นอกจากในเรื่องของประโยชน์ใช้สอย การกำหนดแปลนห้องต่างๆจะต้องคิดอย่างละเอียด เพราะบริเวณและห้องทุกห้องอยู่ในชั้นเดียวกัน เราจะต้องเชื่อมแต่ละจุดเข้าด้วยกัน เช่น การขนของเข้าสู่ครัวได้สะดวก แขกหรือเพื่อนควรเข้าห้องรับแขกได้ง่าย และมีสัดส่วน

บริเวณส่วนกลางก็ควรกว้างขวางพอเพียง และไปยังส่วนต่างๆ ของบ้านได้ง่าย ส่วนของห้องนอน ซึ่งถือว่าเป็นบริเวณส่วนตัว ตำแหน่งก็มักจะอยู่ด้านในสุดของตัวบ้าน หรือในบริเวณที่เห็นได้ยากจากบริเวณรับแขก

เสน่ห์ของบ้านชั้นเดียว

1.ประหยัดงบประมาณ

แน่นอนว่าคุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างได้มาก เนื่องด้วยบ้านเพียงแค่ชั้นเดียวมีวางโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน ใช้วัสดุน้อยกว่าบ้านหลายชั้นเกือบเท่าตัวบ้านที่มีหลายชั้นก็จะมีค่าตกแต่งเพิ่มขึ้น ทั้งค่าสี วอลเปเปอร์ หรือผ้าม่าน ซึ่งการเลือกบ้านชั้นเดียวจะทำให้คุณประหยัดส่วนนี้ไปได้มาก

2. เดินไปไหนมาไหนสะดวก

เนื่องด้วยบ้านชั้นเดียวนั้นทุกห้องอยู่ชั้นเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว เป็นต้น จึงทำให้การเดินไปไหนมาไหนภายในบ้านเกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องคอยขึ้นลงบันไดบ่อยๆ

ถ้าไม่ทันระวังจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ หรือการขึ้นลงบันไดเป็นประจำ อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพข้อเข่า

3. ทำความสะอาดง่าย

หากคุณมีบ้านหลังใหญ่หลายชั้น การทำความสะอาดจึงเป็นเรื่องยากลำบาก และคุณจะต้องใช้เวลาทำความสะอาดนานพอสมควร แต่ถ้าเป็นบ้านชั้นเดียว การทำความสะอาดง่ายมาก เพราะไม่ต้องคอยยกของขึ้นลง ปัดกวาดถูแป๊บเดียวก็เสร็จ ทำคนเดียวก็ยังได้

หากจะต้องปรับปรุงซ่อมแซมส่วนต่างๆของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทาสี ทำความสะอาดผนังภายนอก หรือการเปลี่ยนหลังคา ก็ทำได้ง่าย และก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอุบัติเหตุตกจากที่สูง

4. เหมาะกับผู้สูงอายุ

ถ้าครอบครัวของคุณมีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้พิการ การเดินขึ้น – ลงบันได นั้นอาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องความไม่สะดวก โดยเฉพาะกับผู้สูงวัย ผู้ป่วยที่ต้องใช้วีลแชร์เคลื่อนที่ไปยังห้องต่างๆ ภายในบ้าน

ส่วนเด็กเล็กนั้นเป็นวัยที่กำลังซุกซน หากคุณเผลอไม่ทันระวัง เด็กอาจจะปีนป่ายบันไดทำให้ตกลงมาได้รับบาดเจ็บได้

5.เพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว

สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนของครอบครัวที่อยู่บ้าน 2 ชั้นขึ้นไป คือ คนในบ้านไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กัน สาเหตุนั้นมาจากต่างคนต่างต้องการความเป็นส่วนตัว ใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้อง จะเห็นกันก็ตอนกินข้าว

ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวที่มีบ้านชั้นเดียว จะเดินไปหยิบอะไรก็ทำได้ง่าย แถมเจอหน้ากันบ่อยๆ ถ้าคุณออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยบริเวณกลางบ้าน ก็จะทำให้สมาชิกในครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกันได้สะดวก และทำให้คนในบ้านมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นด้วย

6.การต่อเติม

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องขยายห้อง คุณสามารถต่อเติมได้ด้วยการขยายห้องจากด้านข้างของบ้าน เนื่องด้วยโครงสร้างของบ้านชั้นเดียว มีความเหมาะสมที่จะทำการต่อเติมมากกว่าบ้านสองชั้นที่มีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า

แต่หากคุณจะเปลี่ยนบ้านชั้นเดียวให้กลายเป็นบ้านสองชั้น น่าจะเป็นเรื่องยากอยู่สักหน่อย

สรุป แบบบ้านชั้นเดียว

สำหรับแบบบ้านชั้นเดียว เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศของความอบอุ่น เนื่องด้วยลักษณะบ้านที่มีห้องอยู่รวมกันในชั้นเดียว ทำให้คนในบ้านพบปะกันได้สะดวก ซึ่งรวมไปถึงผู้ป่วยที่ใช้วีลแชร์ด้วย หรือผู้สูงอายุด้วย เพราะเขายังเดินไปยังห้องต่างๆ ได้เองโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขึ้นลงบันได

Categories
Knowledge

รับสร้างบ้าน ระหว่าง ผู้รับเหมา กับ บริษัท แบบไหนดี เรามีคำตอบ

รับสร้างบ้าน

ทำไมการสร้างบ้าน งบจึงบานปลาย คำถามและปัญหายอดฮิตที่เราได้ยินมาโดยตลอด วันนี้มาดูกันว่า เพราะอะไรทำไมจึงเกิดปัญหานี้ สาเหตุคืออะไร มีวิธีป้องกันอย่างไร และจะเลือกสร้างกับ บริษัทรับสร้างบ้าน หรือ จ้างช่างรับเหมาดี

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การสร้างบ้านนั้นจะมีช่วงระยะเวลาในการทำงาน 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ

  1. ขั้นตอนการวางโครงสร้างบ้าน ซึ่งประกอบไปด้วยการตอกเสาเข็ม ทำฐานราก หล่อคานรับน้ำหนักมาจนถึงช่วงการก่ออิฐ ฉาบปูน ซึ่งขั้นตอนนี้จะเริ่มเห็นบ้านเป็นรูปเป็นร่าง
  2. ขั้นตอนนี้งบประมาณมักไม่ค่อยบานปลาย ยกเว้นมีการทุบรื้อผนัง หากขนาดของพื้นที่ใช้สอยไม่เป็นที่พอใจ
  3. ช่วงสุดท้ายของการก่อสร้างบ้าน ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีงบบานปลายมากที่สุด

วัสดุที่ใช้ไม่ว่าจะเป็น วัสดุปูพื้น, วัสดุตกแต่งผนัง, สีทาบ้าน, สุขภัณฑ์, ซึ่งขั้นตอนนี้เจ้าของบ้านมักจะเปลี่ยนใจไปมา วัสดุบางอย่างราคาต่อชิ้นอาจจะเพิ่มขึ้นมาไม่กี่บาท ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่เมื่อรวมหลายๆรายการกว่าจะรู้ตัวอีกทีงบประมาณก็บานปลายไปมากแล้ว

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งบประมาณมักจะบานปลาย นอกเหนือจากการเลือกผู้รับเหมาที่ไม่เป็นมืออาชีพ ทิ้งงานกลางทาง ทำให้งบเกิดการบานปลาย จากการหาผู้มารับเหมาช่วงต่อแล้ว นั่นก็คือเรื่องความไม่ชัดเจนในความต้องการเช่น การตกลงเรื่องแบบบ้าน,พื้นที่ใช้สอย หรือวัสดุก่อสร้าง

จากที่เคยตกลงไว้กับผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้าน แต่พอสร้างจริงแล้วเจ้าของบ้านมาเห็นรู้สึกว่าไม่เป็นไปตามที่ต้องการก็จะทำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอนการเปลี่ยนใจมักจะเกิดขึ้นโดยที่เจ้าของบ้านมักจะยอมจ่าย“แพงขึ้น” เพื่อความพึงพอใจของตนอยู่เสมอๆ

การควบคุมงบไม่ให้บานปลาย

เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวต้องชัดเจน ทั้งเรื่องรูปแบบ วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง รวมถึงงบประมาณที่สามารถจ่ายได้ ซึ่งการกำหนดงบประมาณ มี 3 ส่วน คือ

  1. งบประมาณการก่อสร้าง 60% ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนโครงสร้างและงานก่อสร้างหลัก ซึ่งไม่สามารถปรับลดได้ ค่าใช้จ่ายที่ปรับเพิ่ม-ลดได้ จะเป็นส่วนของงานตกแต่งเพื่อความสวยงามภายนอกบ้าน
  2. งานตกแต่งภายใน 30% เป็นเรื่องความสวยงาม รสนิยมของเจ้าของบ้าน เช่น แอร์ ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  3. และอีก 10% เป็นงาน Landscape งานตกแต่งภายนอกอาคารทั้งหมด

เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาระหว่างการทำงาน และไม่ให้เป็นการเสียเวลามาแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนใจ ในขณะการก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และงบบานปลายในที่สุด

ควรมีการตกลงหรือระบุเรื่องต่างๆ ให้ครบถ้วนและชัดเจนตั้งแต่ ราคาบ้าน แบบบ้าน วัสดุก่อสร้างที่ใช้ ระยะเวลาแล้วเสร็จ ซึ่งเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้าน ต้องมีการตกลงแก้ไขทุกอย่างให้เสร็จสิ้นในสัญญาก่อนการก่อสร้างจริง

เมื่อถึงเวลาเลือกวัสดุฯ เจ้าของบ้านควรจะไปเลือกวัสดุให้ทันเวลากับที่หน้างานจะต้องใช้ เพื่อให้งานไม่สะดุดและเดินไปตามแผนที่กำหนดไว้

แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ควรจะปรึกษาผู้รู้ก่อน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นคุ้มค่าที่จะทำหรือไม่ ไม่ควรคล้อยตามพนักงานขายเพราะอาจจะเป็นการจ่ายเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น 

ทั้งนี้การสร้างบ้านของแต่ละท่านนั้นก็มีความพึงพอใจและงบประมาณที่แตกต่างกัน การที่จะควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายที่สำคัญที่สุดคือเจ้าของบ้านต้องชัดเจนในความต้องการตั้งแต่ต้น

เลือกสิ่งที่ดีและคุ้มค่าให้ตนเอง เพราะถึงอย่างไรความพึงพอใจกับบ้านของตนก็สำคัญที่สุด แต่หากความพอใจที่ไม่สิ้นสุด ปัญหางบประมาณบานปลายย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เลือกสร้างบ้านกับใครดี

ความฝันของใครหลายๆคนคงอยากมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง การสร้างบ้านให้ออกมาดีตามแบบที่เราต้องการ มีมาตรฐาน คือสิ่งสำคัญที่สุด แต่จะสร้างบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะเรื่องวัสดุการก่อสร้าง แบบบ้าน หรือผู้รับเหมา และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย

ผู้รับเหมาสร้างบ้านหรือบริษัทรับออกแบบบ้าน ควรเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านงานก่อสร้างทำงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำเพราะความผิดพลาดในงานก่อสร้างนั้นนำไปสู่ความเสียหายทั้งเงินและเวลากลยุทธ์การคัดเลือกผู้รับเหมาคือการทำในสิ่งที่จะเป็นการป้องกันปัญหาต่างๆ

ในปัจจุบันมีบริษัทรับสร้างบ้านเกิดขึ้นจำนวนไม่น้อย ทำให้เรามีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะสร้างบ้านด้วยตัวเอง หรือจะให้ บริษัทรับสร้างบ้าน ที่เป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอน วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อแตกต่างของการสร้างบ้านในทั้งสองรูปแบบนี้ว่าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

สนใจสร้างบ้านกับเรา > รับสร้างบ้าน

การสร้างบ้านด้วยตัวเอง

คือ การที่เราไปหาผู้รับเหมาก่อสร้างเข้ามาดูแลตั้งแต่ขั้นตอนแรก ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการสร้างบ้านที่หลายคนนิยม เพราะราคาที่ไม่สูง แถมยังสามารถกำหนดวัสดุที่ต้องการได้แบบที่ตัวเองถูกใจ

แต่การสร้างบ้านด้วยตัวเองนั้นต้องอาศัยความรู้ด้านการก่อสร้างพอสมควร ควรศึกษารายละเอียดวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างต่างให้ถี่ถ้วน เพื่อป้องกันการโกงของผู้รับเหมาด้วยเช่นกัน

สิ่งที่ต้องระวังในการจ้างผู้รับเหมาคือมีโอกาสเสี่ยงในการถูกทิ้งงานค่อนข้างสูง เนื่องจากไม่มีสัญญาอย่างชัดเจน รวมถึงวัสดุอุปกรณ์และช่างที่นำมาสร้างอาจจะไม่ได้มาตรฐาน จนทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ในระหว่างการก่อสร้างและหลังสร้างเสร็จ

บริษัทรับสร้างบ้าน

อีกหนึ่งตัวเลือกที่เป็นนิยมคือ “การจ้าง บริษัทรับสร้างบ้าน” เข้ามาดูแลและดำเนินการทุกขั้นตอนจนบ้านเสร็จสิ้น เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เราสามารถไว้ใจและเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่ เพราะมีการเซ็นสัญญารายละเอียดข้อตกลงต่างๆที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย เป็นลายลักษณ์ ทำให้การทิ้งงานนั้นเกิดได้ยากขึ้น

รวมถึงบ้านถูกการออกแบบด้วยสถาปนิกได้โดยตรง และควบคุมงานด้วยวิศวกรเพื่อที่จะได้บ้านตามที่คุณต้องการ ยิ่งกว่านั้นโครงสร้างและวัสดุทุกชิ้นที่นำมาสร้างบ้าน เป็นวัสดุที่ได้มาตรฐานอย่างแน่นอน ที่สำคัญยังมีการรับประกันหลังสร้างบ้านเสร็จ

ในส่วนงบประมาณจะเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ จึงวางใจได้ว่า บ้านที่สร้างจะเสร็จตามกำหนด งบไม่บานปลายแน่นอน

บริษัท บ้านไทยโฮม โกลด์ เราอยู่ใน สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

https://www.youtube.com/watch?v=vuTHyqhEPG4

ทำไมผู้รับเหมาถึงทิ้งงาน

เรื่องชวนปวดหัวของการสร้างบ้าน เป็นปัญหาที่นำมาสู่ความสูญเสีย เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน เสียกำลังใจ และมักจะเห็นคนตั้งกระทู้ระบายปัญหาเกี่ยวกับผู้เหมาอยู่ตลอดๆ ถ้าไม่เชื่อลองค้นหาใน google ดู ก็จะพบว่าคนเจอปัญหานี้เยอะเหลือเกิน

เจ้าของบ้านที่โชคดีก็มีไม่น้อย แต่เจ้าของบ้านที่เจอปัญหานี้ก็น่าเห็นใจ วันนี้เรามาดูกันว่า สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากอะไร ซึ่งบางครั้งปัญหาก็อาจจะมาจากตัวเราเอง

1. เลือกผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำที่สุด

เจ้าของบ้านที่ตีราคาบ้านไม่เป็น มักจะเลือกจ้างผู้รับเหมารายที่เสนอราคาที่ต่ำที่สุด ไปๆมาๆผู้รับเหมาสู่สภาวะขาดทุน ได้ไม่คุ้มเสียเลยทิ้งงาน

เจ้าของบ้านควรเปรียบเทียบราคาหลายๆราย เพื่อดูราคากลางที่สมเหตุสมผล  เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ไม่ควรเลือกจากราคาที่ต่ำจนเกินไป หรือควรให้ผู้รับเหมาชี้แจงรายละเอียดแล้วพิจารณา ความสมเหตุสมผลในเนื้องาน

ในกรณีที่ไม่อยากเทียบหลายเจ้า เจ้าของบ้านควรจะเจรจากับผู้รับเหมาได้ในเรื่องของการทำราคาการก่อสร้าง การใช้วัสดุก่อสร้างทดแทน แต่ราคาย่อมเยาว์กว่า แล้วนำมาเปรียบเทียบกับครั้งแรก ก็จะสามารถต่อรองในเรื่องของราคาได้

2. ไม่ได้ตรวจสอบประวัติผู้รับเหมา

ควรเช็คเครดิตผู้รับเหมา หรือ บริษัทรับสร้างบ้าน ให้มั่นใจก่อนทำสัญญาจ้าง แนะนำว่าควรเลือกผู้รับเหมาที่ได้รับการแนะนำการคนรู้จักที่วางใจได้ และเป็นผู้รับเหมาที่มีผลงานก่อสร้างอยู่จริง มีประวัติผลงานที่สามารถตรวจสอบจากเจ้าของบ้านที่เป็นลูกค้าก่อนหน้านี้

3. ในสัญญาว่าจ้าง ไม่ได้มีมาตรการป้องกันการทิ้งงานที่ดีพอ

เจ้าของบ้านไม่มีที่ปรึกษาที่มีความรู้มากพอ คอยให้คำปรึกษาก่อนเซ็นต์สัญญาว่าจ้าง แต่โดยระบบที่วางไว้คือ ควรจะต้องมีคนคุมงาน อย่าง วิศวกรสถาปนิก คนเหล่านี้เรียนมาโดยเฉพาะทาง มีความรู้ คอยควบคุมแรงงานให้ทำตามแบบ ตามสเป็ค ตามข้อตกลงกับผู้ว่าจ้างได้

การทำสัญญาควรทำให้ละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ควรใช้เพียงแค่คำพูดในการสั่งงาน เพราะถ้าหากทำมาผิดจากที่ตกลงกันก็จะมีหลักฐานไว้สำหรับยืนยันกับผู้รับเหมาได้

หรือในกรณีที่เจ้าของบ้านเลือกใช้ ผู้รับเหมาสไตล์บ้านๆ (Local Contractor) การคุยงาน หรือ การปรับเปลี่ยนหน้างานนั้น ควรเจรจากับผู้รับเหมาที่ควบคุมงานโดยตรง และเจ้าของบ้านคนใดคนหนึ่ง ควรเป็นคนตัดสินใจ เป็นCenter ในการประสานงานกับผู้รับเหมา เพื่อป้องกันปัญหาการสั่งงานซ้ำซ้อน ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้

4.ผู้รับเหมาบริหารจัดการงานไม่ดี

ปกติเงินงวดแรกจะจ่ายประมาณ 30% หรือจ่ายค่ามัดจำก่อนเริ่มงาน 10% ของค่าก่อสร้างทั้งหมดจากสัญญาว่าจ้างรวมค่าวัสดุก่อสร้าง ซึ่งผู้รับเหมาบางรายนั้นอาจจะวางเครดิตกับทางร้านวัสดุก่อสร้างไว้ ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบกับร้านค้าวัสดุ ว่าผู้รับเหมารายนั้นจ่ายเงินสดหรือเงินเชื่อค้างไว้ ถ้ามีเจตนาที่ไม่ดีทางร้านค้าวัสดุสามารถเป็นหูเป็นตาได้อีกทางหนึ่ง

ปัญหานี้ป้องกันได้โดย

ควรทำบัญชีแสดงปริมาณวัสดุ B.O.Q. (Bill of Quantities) ปริมาณ ราคา แบรนด์สินค้าที่จะสั่งเข้ามาให้ชัดเจนถูกต้องตามแบบที่ต้องการ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเหมาควรแบ่งจ่ายออกเป็นหลายๆงวด

ในสัญญาควรมีแผนการจ่ายเงินที่ชัดเจนว่างานผ่านไปกี่เปอร์เซ็นต์จะจ่ายอย่างไร เพื่อไม่ให้ถกเถียงกันตอนหลัง และควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรให้รับทราบทั้งสองฝ่ายด้วย

5. ปัญหาขาดแคลนคนงาน

ผู้รับเหมาที่ดีก็ต้องมีลูกน้อง ลูกมือ ครบทุกประเภทงาน ทีมงานครบครัน ถึงแม้จะเป็นแรงงานต่างชาติบ้างแต่ก็ดีกว่าขาดแคลนคนงานซึ่งอาจจะส่งผลให้บ้านเสร็จไม่ทันกำหนดการ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและฤดูทำนา

6. ผู้รับเหมาเจอปัญหาไม่คาดคิดระหว่างก่อสร้าง

มักเกิดจากเคสงานซ่อมแซม รีโนเวท ให้มาแก้ปัญหา แต่พอทำไปปัญหาใหญ่และรุนแรงกว่าที่คิด กลัวทำไปแล้วขาดทุนได้ไม่คุ้มเสีย เจ้าของบ้านกับผู้รับเหมาจึงควรต้องพูดคุยทำความเข้าใจและปรับเรื่องราคาให้เหมาะสม ถ้อยทีถ้อยอาศัย

7. ผู้รับเหมารับงานซ้อน

ขอแนะนำให้เลือกใช้ผู้รับเหมาที่อยู่ในพื้นที่ เพราะผู้รับเหมาสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและประสิทธิภาพในการหมุนเวียนทีมงานได้ดีขึ้น

จะเห็นได้ว่าการปลูกสร้างบ้านสักหลังหนึ่งจึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง การเลือกแบบบ้าน การเลือกช่างผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้านเหล่านี้เป็นต้น

ในปัจจุบันมีบริษัทรับสร้างบ้านอยู่มากมาย แต่การเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นมืออาชีพจริงๆ จะช่วยให้ได้บ้านดังที่ตั้งใจและไม่ต้องมีปัญหาจุกจิกกวนใจ

ทั้งในระหว่างการก่อสร้างและหลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว การเลือกบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ จึงควรพิจารณาในรายละเอียดต่างๆเป็นหัวข้อหลักๆดังต่อไปนี้

ดูแบบบ้านปูน

คุณภาพงานก่อสร้าง

เนื่องจากการสร้างบ้านนั้นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเรื่องคุณภาพของการก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งคุณภาพของการก่อสร้างจะดีได้ก็ต้องมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องครบถ้วนสมบูรณ์ อันได้แก่

  1. การออกแบบ
  2. การก่อสร้าง
  3. การควบคุมและตรวจสอบการก่อสร้าง
  4. การเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้าง

ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน เจ้าของบ้านจึงควรศึกษาหาข้อมูลของบริษัทที่ท่านจะเลือกใช้บริการว่ามีทีมงานสถาปนิกและวิศวกรที่เชี่ยวชาญหรือไม่ และการเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างเป็นอย่างไร

บริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นมืออาชีพนั้น จะต้องมีทีมงานสถาปนิกและวิศวกรประจำพร้อมที่จะให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้าน มีรายการวัสดุก่อสร้างแสดงไว้ครบถ้วน

มีขั้นตอนการทำงานและการควบคุมตรวจสอบอย่างไร ใช้วัสดุอะไร และที่สำคัญคือมีการรับประกันการก่อสร้างอย่างไร สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพของบริษัทรับสร้างบ้าน

แบบบ้านหลากหลายดีไซน์

โดยปกติบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพที่มีทีมงานสถาปนิกและวิศวกรที่เชี่ยวชาญ จะมีแบบบ้านไว้ให้เจ้าของบ้านเลือกได้หลากหลายสไตล์

ดูแบบบ้านน็อคดาวน์ขนาดเล็ก

เจ้าของบ้านเพียงแต่มีความคิดเริ่มต้นว่าต้องการบ้านสไตล์ไหน พื้นที่ใช้สอยเท่าไหร่ ต้องการแบ่งพื้นที่ภายในอย่างไร เพียงเท่านี้สถาปนิกของบริษัทก็นำเสนอแบบบ้านให้ท่านได้เลือกได้ตามที่ท่านต้องการ 

เมื่อเห็นแบบบ้านที่ตรงหรือใกล้เคียงกับที่คิดไว้ก็จะเลือกได้ง่ายขึ้น และอาจจะบอกสิ่งที่ต้องการเพิ่มขึ้นหรือลดลงบางส่วนของบ้านตามความต้องการของตนจากแบบแปลนได้ วิธีนี้จะช่วยให้เจ้าของบ้านและสถาปนิกของบริษัทมีความเข้าใจในสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการตรงกัน ทำให้การพูดคุยหรือการทำงานในขั้นตอนต่อไปง่ายขึ้นด้วย

ในกรณีที่เจ้าของบ้านไม่พอใจแบบที่บริษัทมีอยู่เลย ต้องการแบบใหม่ตามความต้องการของตนโดยเฉพาะ บริษัทรับสร้างบ้านก็พร้อมที่จะให้บริการในส่วนนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เจ้าของบ้านให้รายละเอียดเรื่อง

  • ขนาดของที่ดิน
  • ขนาดของบ้านที่ต้องการ
  • การแบ่งสัดส่วนในบ้าน
  • รูปทรงและรายละเอียดบางอย่างประกอบ

สถาปนิกของบริษัทก็จะออกแบบบ้านตามที่ท่านต้องการ

อย่างไรก็ตามไม่ว่าเจ้าของบ้านจะเลือกแบบที่บริษัทมีอยู่แล้ว หรือให้บริษัทออกแบบใหม่ บริษัทรับสร้างบ้านต้องสนองความต้องการของจ้าของบ้าน โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของเจ้าของบ้านเป็นสำคัญนี่คือข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ

ราคาที่เหมาะสม

ผู้รับเหมารายย่อยสามารถสร้างบ้านได้ในราคาที่ต่ำกว่าบริษัทรับสร้างบ้านได้ก็จริง แต่มีความเสี่ยงเรื่องงบที่บานปลาย ส่วนบริษัทรับสร้างบ้านนั้นราคาบ้านจะคงที่ ณ วันเซ็นสัญญา ตกลงกันไว้เท่าไหร่ก็ราคาเท่านั้นจนกว่าบ้านจะเสร็จ

นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงรายการในสัญญาก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของราคาบ้าง แต่ก็เป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก

โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าในระยะเวลาที่มีการก่อสร้างนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างไร บริษัทรับสร้างบ้านก็ยังคงสร้างบ้านให้ท่านในราคาเท่าเดิม เจ้าของบ้านจึงไม่ต้องวิตกว่าราคาบ้านจะบานปลายตามสภาพความผันผวนทางเศรษฐกิจจนควบคุมไม่ได้

อีกอย่าง หากเจ้าของบ้านที่คิดจะประหยัดค่าใช้จ่าย โดยจ้างค่าแรงกับผู้รับเหมาแล้วจัดซื้อวัสดุเองอาจจะไม่สามารถควบคุมราคาค่าก่อสร้างได้ เพราะการสั่งซื้อวัสดุจะสั่งซื้อตามงวดงานไม่ได้สั่งไว้ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

หากราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้นก็จะต้องซื้อในราคาที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งตลอดระยะเวลาการก่อสร้างอาจจะมีการปรับเปลี่ยนราคาสูงขึ้น จึงส่งผลให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากที่คำนวณไว้ในตอนต้นได้

นอกจากนี้บริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพยังมีการรับประกันงานก่อสร้างตามระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ซึ่งอาจจะมีระยะเวลาการรับประกันสูงถึง 20 ปี โดยจะมีการตรวจเยี่ยมเป็นระยะๆซึ่งเจ้าของบ้านจะมั่นใจได้ว่าหากมีปัญหาใดๆ บริษัทก็ยังให้บริการช่วยเหลือดูแล

ก่อสร้างเสร็จตามสัญญา

เมื่อสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้าน ท่านจะเห็นกำหนดการก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ แสดงขั้นตอนการก่อสร้างว่าเริ่มงานเช่น งวดที่หนึ่งเมื่อไหร่และเสร็จการก่อสร้างงวดที่หนึ่งเมื่อไหร่

ท่านก็จะรู้ระยะเวลาการก่อสร้างของแต่ละงวดล่วงหน้า พร้อมกับวันกำหนดสร้างเสร็จ อาจจะมีสถานการณ์บางอย่างที่ไม่ได้คาดคิดล่วงหน้า ทำให้ระยะเวลาผิดเพี้ยนไปบ้างแต่ก็น้อยมาก เพราะบริษัทรับสร้างบ้านจะไม่ประสบปัญหากับช่างทิ้งงาน หาช่างไม่ได้ สั่งของไม่ได้ หรือปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้เพราะบริษัทจะมีการวางแผนการก่อสร้างล่วงหน้า ตั้งแต่เริ่มเซ็นสัญญา โดยบริษัทจะต้องรักษาเวลาในการก่อสร้างบ้านแต่ละหลังอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้กระทบกับแผนการก่อสร้างหลังอื่นๆ หากบริษัทไม่สามารถควบคุมกำหนดการก่อสร้างให้เป็นไปตามกำหนดได้ ย่อมกระทบต่อการทำงานของบริษัททั้งระบบได้

นอกจากการหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวแล้ว บริษัทรับสร้างบ้านถือเป็นความรับผิดชอบสำคัญที่ต้องทำการก่อสร้างให้ตรงเวลา เพราะต้องการให้เจ้าของบ้านสามารถวางแผนงานที่ต่อเนื่องหลังการรับมอบบ้าน เช่น

  • การตกแต่งภายใน
  • การจัดสวน
  • หรืองานที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องอื่นๆ

เพราะการแสดงความรับผิดชอบดังกล่าว ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะรักษาความน่าเชื่อถือของบริษัท ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ การสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ จึงมั่นใจได้ว่าบ้านของท่านจะสร้างเสร็จตรงเวลา

ดูแบบบ้านน็อคดาวน์ขนาดใหญ่

ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม

ในส่วนของงานก่อสร้าง การใช้วัสดุจากธรรมชาติโดยเฉพาะไม้ เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่ง บริษัทรับสร้างบ้านก็ตระหนักในความสำคัญของปัญหานี้ จึงได้พยายามลดการใช้ไม้ในการก่อสร้าง และใช้วัสดุทดแทน

เนื่องจากมีบริษัทรับสร้างบ้านเป็นจำนวนมาก ที่พร้อมใจกันใช้วัสดุทดแทนไม้ในการก่อสร้าง ในฐานะบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ จึงมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ของการร่วมกันแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าบริษัทจะเป็นองค์กรประเภทแสวงหากำไรแต่ก็ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

คำแนะนำการเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน

หลายคนที่ฝันอยากมีบ้านสักหลัง ย่อมต้องการความคุ้มค่า ต้องการบ้านที่สวย ทนทาน สมราคา และที่สำคัญต้องเป็นผลงานจากบริษัทรับออกแบบบ้านและสร้างบ้านมือาชีพ คำว่า มืออาชีพ ต้องมีผลงานที่ถูกสร้างจากบริษัทจริงๆ ไม่ใช่เอารูปภาพจากของบริษัทอื่นมาเป็ผลนงานของตนเอง ควรมีหลักแหล่งชัดเจนน่าเชื่อถือ ถูกกฏหมาย มีการรับประกันผลงาน การเรียกซ่อมแซม

วัสดุสมราคา ประเด็นหนึ่ง ทีท่านไม่ควรมองข้ามคือวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง อย่ามองข้าม ท่านต้องใช้ความละเอียดถื่ถ้วนในการตรวจสอบรายการ วัสดุมาตรฐาน เป็นไปได้ให้ขอดูของจริงก่อนตกลงทำสัญญา

มีช่องทางให้เราตรวจสอบสถานะการทำงานอยู่ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง บ้านที่ถูกสร้างในพื้นที่ของเราย่อมมีสิทธิ์อันชอบธรรม ในการตรวจสอบการสถานะการทำงานเป็นระยะๆ

สัญญารับสร้างบ้านที่ดี ต้องเปิดโอกาสให้เราเข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าได้ และมีการแจ้งความคืบ หน้าแบบลายลักษ์อักษรต่อเจ้าของบ้าน

ขั้นตอนการสร้างบ้านของบริษัทเป็นอย่างไร

แบ่งเป็นสองกรณีคือ 1) ลูกค้ายังไม่มีแบบ และ 2) ลูกค้ามีแบบแล้ว

กรณีที่ 1 ลูกค้าคุยกับสถาปนิกเพื่อกำหนดรูปแบบ และ function ของบ้าน เพื่อทำ design proposal เมื่อได้รับอนุมัติแบบ proposal แล้ว บริษัทจะทำสัญญาออกแบบและก่อสร้างเพื่อถือเป็นการเริ่มงานอย่างเป็นทางการ เมื่อแบบแล้วเสร็จและได้รับอนุมัติ

บริษัทจะนำเสนอราคาและวัสดุที่ถูกระบุตามแบบครบถ้วน พร้อมทั้งนำเสนองวดงานการก่อสร้างที่กำหนดวันที่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จให้กับลูกค้า หลังจากการอนุมัติ บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างตามแผนของงวดงานที่ได้นำเสนอไป

กรณีที่ 2 หากลูกค้ามีแบบแล้วบริษัทจะทำการคิดราคาค่าก่อสร้างให้จากแบบของลูกค้า หลังจากการตกลงเรื่องราคาค่าก่อสร้าง บริษัทจะจัดทำสัญญาการก่อสร้างพร้อมกับงวดงานก่อสร้าง ดังเช่นในกรณีที่ 1

คิดราคาค่าก่อสร้างอย่างไร

โดยปกติแล้วบริษัทสร้างบ้านทั่วไปจะทำการก่อสร้างโดยคำนวนราคาบ้านจากพื้นที่บ้าน(ตารางเมตร) ซึ่งราคาที่แน่นอนของการก่อสร้างจะขึ้นอยู่กับวัสดุและรายละเอียดของรูปแบบบ้านที่ลูกค้าเลือกอีกครั้ง

หากลูกค้าเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ สถาปนิกจะช่วยควบคุมราคางบประมาณโครงการให้โดยออกแบบให้สอดคล้องกับราคาที่ได้รับแจ้ง

มีสถาปนิกหรือไม่

บริษัทมีทีมงานสถาปนิกซึ่งจะที่จะมีหน้าที่รับผิดชอบและควบคุมในขั้นตอนการผลิตแบบ ตั้งแต่การคิดคอนเซปต์ไปจนถึงการตรวจสอบหน้างานว่าการก่อสร้างตรงตามแบบหรือไม่ รวมถึงมีผู้ช่วยสถาปนิกที่มีประสบการณ์ซึ่งจะทำหน้าที่ในการดำเนินการเขียนแบบควบคู่ไปกับสถาปนิก

การก่อสร้างในหน้าฝนจะมีปัญหาหรือไม่ / อย่างไร

ไม่มีปัญหา แม้ในหน้าฝนการก่อสร้างก็ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติโดยที่วิศวกรผู้คุมงานจะปรับเปลี่ยนแผนงานเพื่อความเหมาะสมและให้ทันต่อกำหนดการ

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะนำงวดงานในส่วนของโครงหลังคาและมุงหลังคาให้เสร็จก่อนในช่วงต้น เพื่อทำให้สามารถดำเนินงานอื่นๆ เช่น งานก่อฉาบ งานปูกระเบื้อง และงานทาสีให้แล้วเสร็จภายใต้พื้นที่หลังคา

ระยะเวลาในการก่อสร้างกำหนดอย่างไร

กำหนดโดยวิศวกรของบริษัท โดยแบ่งเป็นงวดงานตามความเหมาะสม วิศวกรจะประเมินขนาดของบ้าน, รายละเอียดความยากง่ายทางสถาปัตยกรรม และ รูปแบบของโครงสร้างที่ใช้ หากบ้านมีขนาดใหญ่ หรือมีรายละเอียดงานตกแต่งโครงสร้างมาก จะมีผลกระทบต่อเวลาที่ใช้ในการสร้างบ้านที่นานขึ้น

โดยถ้าเป็นบ้านน็อคดาวน์จะใช้เวลา 1-2 เดือนแล้วแต่ขนาดของตัวบ้าน ในขณะที่บ้านปูนจะใช้เวลา 8 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เบื้องต้น


Categories
Knowledge

Well-Being Life in Dust-Free House ชีวิตดีๆ ที่คุณเลือกได้ใน บ้านปลอดฝุ่น

Well-Being Life in Dust-Free House ชีวิตดีๆ ที่คุณเลือกได้ใน บ้านปลอดฝุ่น

บ้านปลอดฝุ่น เพราะ “บ้าน” ควรจะเป็นพื้นที่แรกที่ให้สร้างความรู้สึกปลอดภัย มอบความผ่อนคลาย และไร้การรบกวน แต่วิกฤตมลพิษทางอากาศในปัจจุบัน โดยเฉพาะมลพิษที่เกิดจากค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานนั้น กลายเป็นอีกปัญหาใหญ่ที่คนไทยทั่วทุกภูมิภาคไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป และปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ไม่มีใครรับประกันได้ว่า เมื่อคุณอยู่ในพื้นที่ที่ดีที่สุดอย่าง “บ้าน” คุณจะได้รับอากาศที่สดชื่นต่างจากการใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากหรือน้อยแค่ไหน

โชคดี ที่นวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยนั้น ได้รับการคิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนี้ บริษัทรับสร้างบ้านคุณภาพสามารถสร้างสุขภาวะที่ดี และเตรียมพร้อมสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ที่สะอาดสำหรับผู้อยู่อาศัย ให้ได้หายใจอย่างโล่งปอดมากที่สุด โดยไร้ความกังวลกับฝุ่นจิ๋วที่เคยกระจายอยู่ทั่วทั้งบ้าน ซึ่งอาจแทรกซึมเข้ามาอย่างง่ายดาย ทั้งจากทางช่องหน้าต่าง ประตู หรือแม้แต่มากับผู้อยู่อาศัยเอง กับนวัตกรรมบ้านปลอดฝุุ่น หรือ “Dust-Free House” ซึ่งใช้ระบบ Clean Fresh Air ที่ทำงานโดยส่งอากาศผ่านการกรองอากาศ และฆ่าเชื้อโรค 5 ขั้นตอน เพื่อให้ได้อากาศสะอาดส่งเข้าไปในบ้านโดยตรง

ทั้งนี้ การส่งอากาศสะอาดที่ผ่านการกรอง และฆ่าเชื้อโรคจากเครื่องฟอกอากาศนอกตัวบ้าน เข้าไปในภายในพื้นที่บ้านอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการสร้างแรงดันภายในบ้าน เรียกว่า “แรงดันบวก” ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นเกราะป้องกันอากาศสกปรกจากภายนอกไม่ให้เข้าไปในบ้านได้อีกด้วย นอกจากนี้ ระบบยังนำอากาศใหม่เข้าไปไล่อากาศเก่า รวมไปถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก ออกจากห้องผ่านไปทางช่องระบายขนาดเล็ก ส่งผลให้อากาศภายในบ้านสะอาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน อากาศใหม่ที่อัดเข้ามาในพื้นที่บ้านนั้น จะช่วยเพิ่มออกซิเจน และสร้างอากาศบริสุทธิ์ ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกปลอดโปร่ง โล่ง สบาย

ระบบ Clean Fresh Air เป็นการทำงานที่แตกต่างจากการใช้พัดลมระบายอากาศทั่วไป ที่เพียงทำงานด้วยการดูดอากาศเก่าภายในบ้านออกไป แต่ไม่สามารถทดแทนออกซิเจนเข้ามาได้ ทั้งยังทําให้บ้านเกิดสภาวะบ้านแรงดันลบ ซึ่งนั่นหมายความว่า อากาศที่สกปรกและปนเปื้อนไปด้วยฝุ่นละอองจากภายนอกบ้าน ตลอดจนถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรคต่างๆ จะสามารถเข้าสู่ภายในบ้านได้อย่างสะดวกง่ายดาย ซึ่งสภาวะแวดล้อมดังกล่าวถือว่าไม่ปลอดภัยกับการอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่ไม่มีอากาศบริสุทธิ์หรือออกซิเจนเข้าไป ปรับเปลี่ยนหรือทดแทนอากาศเก่า อากาศที่ถ่ายเทไม่สะดวก เป็นแหล่งสะสมของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค ย่อมส่งผลต่อสุขภาพ ในระยะยาวอาจทำให้ผู้พักอาศัยเกิดอาการ Sick Building Syndrome โรคชนิดหนึ่งที่เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับมลภาวะภายในอาคารหรือที่พักอาศัย จากปัจจัยบางอย่าง เช่น วัสดุโครงสร้างของอาคาร สีที่ใช้ภายในอาคาร และการถ่ายเทอากาศภายในอาคาร เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหัว ไอ จาม คลื่นไส้ และหายใจไม่สะดวก

สำหรับ “BaanThaiHome” นับเป็นครั้งแรก ที่นวัตกรรม Dust-Free House นี้ สานต่อความมุ่งมั่นในการยึดถือแนวทางการสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัย และสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ดังจะพบว่า Dust-Free House ช่วยเติมอากาศบริสุทธิ์ และกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ได้มากกว่า 90% ตลอดจนถึงลดฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า PM 1 ได้มากกว่า 75% นอกจากนี้ ยังช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ กลิ่นอับ เชื้อโรค และไวรัสต่างๆ ภายในบ้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ “บ้าน” เต็มเปี่ยมด้วยออกซิเจนจากธรรมชาติ และปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ สมเป็น “บ้านปลอดฝุ่น” อย่างแท้จริง

บ้านปลอดฝุ่น